Home » Posts filed under ภาษีรถคันแรก
เนื่องจากเป็นปัญหาเวลาว่า VIOS ตัวใหม่จะเข้าข่ายรถคันแรกหรือเปล่า วันนี้ได้ข้อสรุปจากกรมสรรพสามิตแล้วว่า ให้ รถโตโยต้า วีออส โฉมใหม่ เข้าโครงการรถยนต์คันแรกแล้ว หลังฝ่ายกฎหมายของกรมสรรพสามิตตรวจสอบรายละเอียด พบว่ามีการขึ้นไลน์การผลิต และมีการผลิตออกมาเป็นรถยนต์เรียบร้อยแล้ว คนที่จองรถยนต์ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา สามารถนำใบจองรถ Viso มาเป็นหลักฐานเพื่อขอเงินคืนจากโครงการรถคันแรกได้
ดูรายละเอียดเกี่ยวกับภาษีรถคันแรกได้ที่นี่ครับที่เวปกรมสรรพสามิต
https://firstcar.excise.go.th/
กระทรวงการคลัง เปลี่ยนวิธีคืนเงินภาษีรถคันแรก เหลือเดือนละครั้ง จากเดิมเดือนละ 2 ครั้ง ชี้ลดความยุ่งยาก และเพิ่มเวลาตรวจสอบเอกสารให้ละเอียด
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างเป็นประธานในการฝึกอบรมหลักสูตร การบูรณาการกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์ตามโครงการรถคันแรกว่า ขณะนี้กรมสรรพมิตกำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนวิธีการจ่ายคืนเงินภาษีให้แก่ผู้รับสิทธิ์เหลือเพียงเดือนละ 1 ครั้ง จากเดิมที่จะจ่ายทุกวันที่ 5 และวันที่ 20 ของเดือน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดความยุ่งยากและเพิ่มเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด โดยคาดว่าจะเริ่มจ่ายได้ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งผู้ได้รับสิทธิยังคงใช้เอกสารและดำเนินการทุกขั้นตอนเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม สำหรับขั้นตอนการยื่นคืนภาษี ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ถึงแม้ว่าจะเป็นวันหยุดสิ้นปีก็ตาม
พร้อมกันนี้ นายทนุศักดิ์ ยังกล่าวถึงยอดการจ่ายคืนเงินภาษีโครงการรถยนต์คันแรกว่า จำนวนรถยนต์ที่ขอสิทธิขณะนี้ 380,000 คัน โดยในสองงวดแรกมีต้องคืนภาษีรวม 29,000 ล้านบาท และงวดเดือนตุลาคมถึงปัจจุบัน มียอดทั้งสิ้น 10,987 คัน เป็นเงินภาษี 849 ล้านบาท เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

กรมบัญชีกลาง เตรียมคืนเงินโครงการรถยนต์คันแรก 2 แสน 1 หมื่น 7 พันคัน วงเงิน 1หมื่น 5 พัน 6 ร้อยล้านบาท โดยจะเริ่มจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้ส่งข้อมูลคืนเงินของโครงการรถยนต์คันแรก ณ วันที่ 18 กันยายน 2555 ว่า มีจำนวน 217,000 คัน คิดเป็นเงินขอคืน 15,600 ล้านบาท โดยจะเริ่มจ่ายคืนให้กับผู้ที่ขอคืนตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป

สำหรับเงินที่จะมาจ่ายคืน ส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณปี 2556 ที่ตั้งไว้ จำนวน 7,500 ล้านบาท ซึ่งหากไม่พอก็จะใช้เงินจากเงินคงคลังที่มีอยู่สูงถึง 5 แสน 5 หมื่นล้านบาทไปก่อน
ทั้งนี้การคืนเงินให้กับผู้ซื้อรถคันแรก กรมบัญชีกลางจะจ่ายคืนเดือนละ 2 ครั้ง คือ ทุกวันที่ 5 และวันที่ 20 ของเดือน โดยโอนเงินให้ธนาคารกรุงไทยโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ที่ได้รับสิทธิคืนเงินตามที่แจ้งข้อมูลไว้กับกรมสรรพสามิต โดยไม่มีการเสียค่าธรรมเนียมใดๆ
ที่มา : http://www.auto-thailand.com/hotnews/Newcars-111.html
นายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ในฐานะประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยว่า นโยบายรถคันแรกของรัฐบาลมีผลต่อการขยายตัวทางสินเชื่อเช่าซื้อในปีนี้ค่อนข้างมาก โดยคาดว่าจากนโยบายรถคันแรกที่ทำให้ยอดขายรถในประเทศอยู่ที่ 1.2-1.3 ล้านคัน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์จะส่งผลให้สินเชื่อเช่าซื้อทั้งระบบอยู่ที่ 8 แสนล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 40-50% ซึ่งในโค้งสุดท้ายของปีนี้คาดว่าความต้องการซื้อรถของประชาชนจะมีเพิ่มขึ้นเพราะต้องเร่งตัดสินใจก่อนหมดเขตใช้สิทธิตามนโยบายรถคันแรก
อย่างไรก็ตาม การจองรถในช่วงปลายปีอาจไม่มีผลต่อสินเชื่อเช่าซื้อมากนักเพราะค่ายรถยนต์ไม่สามารถส่งมอบได้ทัน ซึ่งจะมีผลทำให้สินเชื่อเช่าซื้อในปี 2556 มีแรงส่งต่อเนื่องไปอีก

"ส่วนคุณภาพสินเชื่อในขณะนี้กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะเริ่มมีความเป็นห่วงว่าผู้ที่ซื้อรถคันแรกจะทิ้งรถเมื่อได้รับภาษีคืน และส่วนหนึ่งซื้อเพราะความอยากได้โดยที่ไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายส่วนอื่น เช่น ค่าน้ำมัน หรืออื่นๆ ดีมากพอจะกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายจนกระทบความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคตได้ แม้ว่าผู้ซื้อรถในกลุ่มนี้จะยังไม่มีสัญญาณที่ไม่ดีแต่ก็ต้องจับตาดู เพราะหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นจะเริ่มเห็นเมื่อมีการผ่อนชำระไปแล้ว 6-12 เดือน ซึ่งอาจจะมีผลต่อหนี้เสียของกลุ่มเช่าซื้อในปี 2556 แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ เพราะปัจจัยเรื่องรถคันแรกเป็นปัจจัยใหม่ที่ต้องศึกษา"
นายอิสระกล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้การคุมความเสี่ยงของผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ขึ้นอยู่กับการบริหารความเสี่ยงของแต่ละแห่งที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งการพิจารณาอาจต้องมีการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น โดยจะต้องมีการพิจารณาถึงความสามารถในการชำระและค่าใช้จ่ายของลูกค้าให้มากขึ้นเพื่อประเมินว่าจะสามารถผ่อนได้หรือไม่ รวมทั้งต้องมีการตรวจสอบว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าของรถตัวจริงหรือไม่เพื่อป้องกันการสวมสิทธิด้วย
นายณรงค์ ศรีจักรินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารมองว่าความเสี่ยงจากนโยบายรถคันแรกที่หลายคนมองอาจมีผลต่อหนี้เสียในอนาคตนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะแต่ละแห่งมีการบริหารความเสี่ยงที่ดีอยู่แล้ว ในส่วนของธนาคารเองคุณภาพลูกหนี้ที่อยู่ในกลุ่มรถคันแรกที่มีการเริ่มผ่อนชำระมาระยะหนึ่งก็นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในอนาคต โดยการคุมความเสี่ยงของธนาคารจะมีการตรวจสอบลูกค้าที่เข้มงวด และลูกค้าส่วนใหญ่จะดาวน์ 20% ของราคารถ
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลจากนโยบายรถคันแรกเร่งทำให้สัดส่วนรถยนต์อีโคคาร์เติบโตขึ้นมาแทนรถยนต์นั่งขนาด 1.5-1.8 พันซีซี ซึ่งมีแง่บวกในการเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพัฒนาความสามารถให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ในอาเซียน ขณะเดียวกันก็ทำให้โอกาสของไทยในการส่งออกรถยนต์นั่งขนาด 1.5-1.8 พันซีซีลดลงไป โดยการส่งออกรถยนต์ของไทยมีสัดส่วน 9% ของการส่งออกรวม ซึ่งปีนี้การส่งออกรถยนต์ลดลงจาก 50% เหลือ 43% เพราะความต้องการในประเทศมีมากทำให้ค่ายรถยนต์หันไปผลิตเพื่อขายในประเทศเป็นหลัก
"ทั้งนี้นโยบายรถคันแรกมีผลทำให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในระบบสถาบันการเงินมีการเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย แต่มีประเด็นที่ต้องจับตาดูคุณภาพสินเชื่อในปีหน้า เพราะผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรกส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ต้องการซื้อรถมอเตอร์ไซค์แต่เห็นผลประโยชน์ด้านภาษีที่ได้คืนทำให้ขยับขึ้นมาซื้อรถยนต์อีโคคาร์แทน ซึ่งภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง"

(ขอบคุณภาพประกอบจาก 9carthai.com)
กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินคืนรถคันแรก 1 ต.ค. นี้
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงการเตรียมการคืนเงินตามโครงการรถยนต์คันแรกว่า ตอนนี้ในข้อมูลจากกรมสรรพสามิตพบว่า ในช่วงเดือนกันยายน มีประชาชนที่จะได้รับเงินคืนในโครงการดังกล่าว ประมาณ 50 คน แต่สำหรับงบเบิกจ่ายที่คืนเงินนั้น ทางกรมสรรพสามิตได้ตั้งงบไว้ในปี2556 ทั้งสิ้น 7,500 ล้านบาท ทำให้การจ่ายเงินคืนครั้งแรกจะทำได้ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2555
ทั้งนี้รายละเอียดการจ่ายเงินคืนนั้น ทางกรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้าธนาคารกรุงไทย หลังจากนั้นทางธนาคารจะโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว โดยที่กรมบัญชีกลางจะแจ้งให้ผู้รับเงินทราบทางเอสเอ็มเอสอีกที สำหรับการโอนเงินนั้น กรมบัญชีกลางจะแบ่งจ่ายเป็น 2 ครั้งต่อเดือน คือ ทุกวันที่ 5 และ 20 ของเดือน ตามรายชื่อที่ได้รับจากกรมสรรพสามิต ซึ่งหากผู้ได้รับสิทธิ์ไม่ได้รับเงินก็สามารถแจ้งปัญหามาที่คอลเซ็นเตอร์ของกรมฯ เพื่อประสานงานกับกรมสรรพสามิตและกรมการขนส่งทางบกต่อไป
อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางยังมีหน้าที่ติดตามเงินคืน ถ้าหากพบว่าประชาชนคนไหนไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์คืนเงิน เนื่องจากมีการโอนเปลี่ยนมือก่อน 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ด้วย
เดียวนี้อะไรก็เป็น Eco Car กันซะหมดเลย ทั้งจะเป็น นิสสัน มาร์ช มิราจ และ ฮอนด้าบริโอ (กำลังรอดูของค่ายโตโยต้า) ซึ่งเป็นรถเอนกประสงค์ขนาดเล็กมีความคล่องตัวสูง และ ประหยัดน้ำมัน โดยรวมอยู่ ที่ 20 กฺดลเมตรต่อลิตร วันนี้ เห็นบทความของ HONDA BRIO เลยเอามาฝากเพื่อนๆครับ กับราคาของ บริโอ้ และ ภาษีรถคันแรก
ฮอนด้า บริโอ้ เพิ่มเกียร์ออโต้รุ่นล่าง
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับออปชันรุ่น s เกียร์ธรรมดาและเพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติ โดยเสริมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้ง ระบบเซ็นทรัลล็อก ช่องจ่ายไฟสำรอง กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า และล้อกระทะขนาด 14 นิ้ว ฝาครอบล้อดีไซน์ ใหม่ โดยรุ่น S AT ราคา 472,500 บาท ส่วน S MT ปรับราคาขึ้น 33,600 บาท
ฮอนด้า บริโอ้ อีโคคาร์ขนาดกะทัดรัดที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว เส้นสายจากหน้าจรดท้าย ไฟหน้าขนาดใหญ่แบบฮาโลเจน กระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟท้ายดีไซน์ล้ำสมัย สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
ภายในห้องโดยสารออกเลือกใช้สีเบจแบบทูโทนให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง เบาะนั่งด้านหน้าโอบกระชับรับทุกสรีระ เบาะนั่งด้านหลังปรับพับแบบชิ้นเดียว ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ รองรับกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดใหญ่ รถเข็นเด็ก หรือแม้กระทั่งถุงกอล์ฟ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอาทิ มาตรวัดดีไซน์สปอร์ต พร้อมมาตรวัดแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ซึ่งมีไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด Eco Indicator ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเรียนรู้การขับขี่แบบประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ด้านเครื่องยนต์ i-VTEC 4 สูบ ความจุ 1.2 ลิตร90 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่มาพร้อมกับระบบ Shift Hold System และธรรมดา 5 สปีด ทั้งยังรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 ประหยัดเชื้อเพลิงถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตร และปล่อยไอเสียตามเกณฑ์มาตรฐานยูโร-4
ความปลอดภัยอาทิ ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ถุงลมคู่หน้า โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Con เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ
ราคาฮอนด้า บริโอ้ |
| รุ่น | ราคา(บาท) | คืนภาษีรถยนต์คันแรก |
| S MT | 433,500 | 65,000 |
| S AT | 472,500 | 72,000 |
| V MT | 469,500 | 66,000 |
| V AT | 508,500 | 73,000 |
|
ถ้าใครชื่นชอบค่าย HONDA และอยากได้ Eco Car สักคันรับรองไม่ผิดหวังกับ HONDA BRIO ครับผม
ตอนนี้เริ่มเห็นกันเยอะมากๆตามท้องถนนด้วยแล้ว น่ารักอ่ะ !~!!
ราคารถใหม่
All New Isuzu 2012 ครับ เดินไปห้างสรรพสินค้าเจอโชว์รูม รถ Isuzu ของค่ายนึง มีทั้งราคารถมือ 1 และราคาคืนภาษีของรถ Isuzu ทุกรุ่น เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาอัพครับผม หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยครับ ใครที่กำลังหาราคารถมือ 1 isuzu และตารางคืนภาษีของรถ isuzu ลองดูที่โบว์ชัวได้เลย ถ้าใครสนใจก็สามารถติดต่อกับเจ้าของโบว์ชัวได้เลยจ้า
ถ้าเพือนๆสนใจตารางผ่อนรถก็สามารถดูตรงนี้ได้เลยนะครับ
ราคาผ่อนรถ
พร้อมให้ยกเว้นภาษีนำเข้า ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม การยกเว้นภาษีการขายให้กับบุคคลธรรมดา ถึงสิ้นปี57
นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงข่าว หลังประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายเวลารับและส่งมอบรถยนต์คันแรกออกไป ไม่มีกำหนดและให้ยื่นขอคืนเงินภาษีรถยนต์คันแรกไม่เกิน 1 แสนบาท ต่อกรมสรรพสามิต ภายใน 90 วันนับจากวันรับมอบรถยนต์ โดยผู้ขอใช้สิทธิจะต้องจองรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ
ขณะเดียวกัน เพื่อให้โครงการรถยนต์ใหม่คันแรก ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น กระทรวงการคลัง พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ควรขยายเวลาวันสิ้นสุดโครงการที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 แต่เห็นควรขยายเวลารับและส่งมอบรถยนต์ รวมถึงเอกสารหลักฐานบางรายการออกไป
เนื่องจากวันที่ 31 ธ.ค.55 ผู้ใช้สิทธิ์อาจยังไม่ได้รับมอบรถยนต์ หรือจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกไม่ทันตามกำหนด เวลา จึงผ่อนผันให้ผู้ขอใช้สิทธิ์นำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม มายื่นที่สำนักงาน สรรพสามิตพื้นที่ หรือสรรพสามิตสาขา ภายในระยะเวลา 90 วันนับจากวันมอบรถยนต์
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.เห็นชอบการยกเว้นภาษีนำเข้า ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม การยกเว้นภาษีการขายให้กับบุคคลธรรมดาโดยจะบังคับใช้จนถึงสิ้นปี 2557 เพื่อสนับสนุนกลุ่มอัญมณีไทยให้เป็นศูนย์กลางอัญมณีของโลก
สำหรับแนวทางการดำเนินงานตามที่กระทรวงการคลังเสนอมีดังนี้1. ผู้ขอใช้สิทธิฯ ต้องทำการซื้อหรือจองรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 และต้องยื่นคำขอใช้สิทธิฯ และเอกสารประกอบการใช้สิทธิฯ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ดังนี้
(1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
(2) สำเนาทะเบียนบ้าน
(3) สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ถ้ามี)
(4) สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขอใช้สิทธิฯ
(5) ใบจองรถยนต์ (ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555)
2. เนื่องจากในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ผู้ขอใช้สิทธิฯ อาจจะยังไม่ได้รับมอบรถยนต์หรือจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกไม่ทันตามกำหนดเวลาส่งผลให้ไม่สามารถยื่นเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ได้ภายในวันสิ้นสุดโครงการฯ (31 ธันวาคม 2555) จึงผ่อนผันให้ผู้ขอใช้สิทธิฯ นำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมายื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาภายในระยะเวลา 90 วันนับจากวันถัดจากวันรับมอบรถยนต์ ดังนี้
(1) หนังสือสัญญายินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์ใหม่คันแรก
(2) สำเนาหลักฐานการซื้อขายรถยนต์
(2.1) กรณีการซื้อด้วยเงินสด
- สำเนาใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาสัญญาซื้อขาย
- สำเนาเอกสารการรับมอบรถยนต์
(2.2) กรณีเช่าซื้อ
- สำเนาใบเสร็จรับเงิน
- สำเนาเอกสารการรับมอบรถยนต์
- สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ
(3) สำเนาคู่มือจดทะเบียน
3. หากผู้ขอใช้สิทธิฯ ไม่ดำเนินการตามข้อ 3.1 และนำเอกสารเพิ่มเติมในข้อ 3.2 มายื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ขอใช้ สิทธิ ฯ ไม่ประสงค์จะขอรับเงินคืนตามโครงการรถยนต์ใหม่คันแรกและจะเรียกร้องสิทธิฯ และค่าเสียหายใด ๆ กับทางราชการไม่ได้
อนึ่ง เพื่อให้นโยบายรัฐบาลในเรื่องรถยนต์ใหม่คันแรกประสบความสำเร็จตามเป้าหมายและให้เกิดความคล่องตัว ควรให้กรมสรรพสามิตสามารถกำหนดแนวปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีต่อไปได้
4. ผู้ขอใช้สิทธิฯ จะได้รับเงินคืนหลังจากครอบครองรถยนต์ใหม่คันแรกไปแล้ว 1 ปี หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตกำหนด ทั้งนี้ ชื่อผู้ซื้อที่ระบุในใบจองรถยนต์ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 จะต้องเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้ซื้อรถยนต์ที่ยื่นขอใช้สิทธิฯ ดังกล่าวเท่านั้น หากเป็นบุคคลอื่นจะไม่ได้รับสิทธิฯ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการซื้อและขายใบจองรถยนต์
ขอบคุณข่าวและเนื้อหาจากเอ็มไทยดอทคอม
คืนภาษีรถยนต์คันแรก คลังเปิด 2 ทางขยายเวลา เพิ่มโอกาสเอื้อประชาชน

หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้คลอดออกมาเมื่อปลายปีที่แล้วในทันทีที่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาล ก็คือ การออกนโยบายคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไม่เกิน 100,000 บาท ให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรก
ปรากฏว่าแรกๆที่รัฐบาลได้ไฟเขียวนโยบายดังกล่าว ได้เรียกเสียงเฮลั่นจากผู้บริโภค
ขณะที่บริษัทรถยนต์ ก็หน้าชื่นตาบาน เพราะมั่นใจว่ายอดขายรถยนต์ยิ่งพุ่งกระฉูดแน่
อย่างไรก็ดี คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต
เพราะคล้อยหลังจากที่นโยบายนี้ไม่กี่สัปดาห์ ประเทศไทยได้ประสบวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จะซื้อรถใหม่
แต่ภายหลังจากที่วิกฤติคลี่คลาย กำลังซื้อเริ่มหวนคืนกลับมา ทว่าก็ติดปัญหาที่บริษัทรถยนต์ไม่อาจจะผลิตรถยนต์ได้พอเพียงกับความต้องการที่ทะลัก เพราะโรงประกอบรถยนต์และโรงงานผลิตชิ้นส่วนได้จมน้ำท่วม
ส่งผลให้ขณะนี้รถยนต์หลายรุ่น โดยเฉพาะรถที่อยู่ในข่ายได้คืนภาษีรถคันแรก ต้องประสบปัญหายอดจองสูงมาก จนต้องใช้เวลาหลายเดือนในการรับรถ ซึ่งรถยนต์บางรุ่นนั้นต้องใช้เวลานานข้ามปีกว่าจะได้รถที่จองไว้
ทำให้ผู้บริโภคพากันวิตกว่า หากรอรถนานข้ามปี ก็อาจจะเสียสิทธิการได้คืนภาษีรถคันแรก จึงได้ร้องขอให้กระทรวงการคลังได้ขยายเวลาการคืนภาษีรถคันแรกไปอีก
โดยเรื่องนี้กระทรวงการคลังยังแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะขยายเวลาคืนภาษีรถคันแรกไปอีกหรือไม่
และหากจะขยายเวลา ก็ควรออกมาในรูปแบบใดที่รัฐบาลจะไม่กระเป๋าฉีกไปมากกว่านี้!!
น้ำท่วมป่วนตลาดรถ
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ปีที่แล้ว รัฐบาลได้มีมติอนุมัติการคืนภาษีรถคันแรกตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555
โดยรัฐบาลระบุว่าเพื่อจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ขยายตัวและมียอดขายรถยนต์ในปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 500,000 คัน โดยเบื้องต้นได้ประมาณการภาษีที่ต้องคืนให้กับประชาชนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท
สำหรับหลักเกณฑ์และแนวทางดำเนินการในโครงการดังกล่าว มีดังนี้
1.เป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2554 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2555,
2.เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคัน,
3.เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1500 ซีซี หรือรถกระบะ (Pick up) รวมทั้งรถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab),
4.เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ),
5.คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคัน,
6.ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป,
7.ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
8.การคืนเงินจะคืนเมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว (เริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2555 เป็นต้นไป)
ปฏิเสธไม่ได้ว่า พอรัฐบาลได้คลอดนโยบายคืนภาษีรถออกมา ได้กลายเป็นแรงปลุกเร้าให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการซื้อรถยนต์มากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่มีเครื่องยนต์ไม่เกิน 1500 ซีซี และรวมถึงรถอีโคคาร์
อย่างไรก็ดี เนื่องจากผู้บริโภคเห็นว่าอายุโครงการกินเวลานานถึง 1 ปี และการที่หลายบริษัทรถยนต์มีแผนจะทยอยออกรถรุ่นใหม่ๆที่เข้าข่ายได้รับคืนภาษีรถคันแรก ทำให้ผู้บริโภคยังใจเย็นรอซื้อรถรุ่นที่ต้องการใช้งานจริงๆ

แต่หลังจากการออกนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรกไม่ถึงเดือน ประเทศไทยได้เจอน้ำท่วมใหญ่
โดยนอกจากเทือกสวนไร่นา ร้านค้า และธุรกิจต่างๆ รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนต้องเสียหายอย่างมากแล้ว
ยังทำให้นิคมอุตสาหกรรมถึง 7 แห่งต้องจมน้ำ และยังมีโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมพลอยสำลักน้ำท่วมหนนี้อีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน
ทำให้กำลังซื้อหดวูบ!!
ดังนั้น ในระยะแรกๆที่ออกนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก จึงยังไม่เห็นภาพความคึกคักของตลาดรถยนต์มากนักอย่างที่รัฐบาลได้วาดฝันไว้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิกฤติน้ำท่วมได้เริ่มคลี่คลายมาในช่วงปลายปี จึงทำให้ผู้บริโภคเริ่มหันกลับมาจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจเพิ่มความคึกคัก
โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ได้หวนกลับมาเบ่งบาน อันเกิดจากนโยบายภาษีรถยนต์คันแรก และการที่บริษัทรถยนต์ได้ทยอยเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ซึ่งหลายรุ่นอยู่ในข่ายได้คืนภาษีรถคันแรก รวมทั้งรถอีโคคาร์รุ่นใหม่
ที่สำคัญ แรงหนุนส่งให้เกิดความต้องการซื้อรถมากขึ้น ยังมาจากการที่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยมีความจำเป็นต้องใช้รถใหม่ เนื่องจากรถที่มีอยู่แล้วได้เสียหายจากการจมน้ำท่วม
และยังเกิดจากแรงอั้นการซื้อรถยนต์ในช่วงวิกฤติน้ำท่วมนั่นเอง!!
คิวจองรถยาวเหยียด
อย่างไรก็ดี แม้ว่าความต้องการรถยนต์จะมีเพิ่มมากขึ้น
แต่ก็ติดปัญหาที่บริษัทรถยนต์ต่างๆไม่อาจจะผลิตรถยนต์ได้พอเพียง
เนื่องจากโรงประกอบรถยนต์บางแห่งได้จมน้ำท่วม
กว่าจะกลับมาผลิตใหม่ได้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5-6 เดือน
ขณะที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อีกเป็นจำนวนมากมายได้เกิดความเสียหายจากวิกฤติน้ำท่วมเช่นกัน
เป็นเหตุให้อุตสาหกรรมยานยนต์เกิดปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนอย่างรุนแรง จนโรงประกอบรถยนต์หลายแห่ง ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม แต่ก็ต้องหยุดการผลิตหรือชะลอการผลิตรถยนต์เป็นการชั่วคราว
ส่งผลให้รถหลายรุ่นต้องเสียเวลารอนาน เพราะมียอดจองล้นทะลัก
ขณะที่โรงประกอบรถยนต์ไม่อาจจะเร่งการผลิตได้มากเพียงพอ
โดยเฉพาะรถที่อยู่ในข่ายได้คืนภาษีนั้น ส่วนใหญ่จะมีปัญหายอดจองสูงมากกินเวลา 2-6 เดือน
ยิ่งเป็นรถอีโคคาร์ราคาถูก โดยเฉพาะอีโคคาร์ 2 รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ได้แก่ รถมิตซูบิชิ มิราจใหม่ และรถซูซูกิ สวิฟท์ใหม่ ต้องใช้เวลานานข้ามปีถึงจะได้รถที่จองไว้
นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการที่บริษัทได้แนะนำรถยนต์นั่งมิตซูบิชิ มิราจใหม่ตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างดี มียอดจองแล้วกว่า 20,000 คัน และยังคงมีรายงานยอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ทั้งนี้ จากยอดจองที่สูงเกินความคาดหมาย ทำให้บริษัทเตรียมปรับแผนการผลิตเพื่อรองรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถผลิตและส่งมอบรถยนต์มิราจให้แก่ผู้บริโภคทั้งหมดได้ภายในสิ้นปีนี้”
ขณะที่รถฮอนด้าก็มีปัญหาคิวจองรถนานมาก เพราะโรงประกอบรถยนต์ฮอนด้า ซึ่งตั้งอยู่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้จมน้ำท่วม โดยเพิ่งกลับมาเริ่มการผลิตใหม่เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมานี้เอง

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เร่งการส่งมอบรถยนต์ฮอนด้าให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ ภายหลังจากการกลับมาเดินสายการผลิตแบบเต็มกำลัง ตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
“ปัจจุบันโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าในไทยมีกำลังการผลิตสูงสุดวันละ 1,000 คัน ซึ่งเป็นยอดการผลิตจากทั้ง 2 โรงงาน มีการผลิตโรงงานละ 2 กะต่อวัน”
ตลาดรถหวนกลับมาแล้ว
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ในไทย ได้รายงานสถิติการขายรถยนต์รวมทุกประเภทและทุกยี่ห้อ ประจำเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งช่วงนั้นประเทศไทยยังไม่ประสบวิกฤติน้ำท่วม พบว่ามีปริมาณการขายทั้งสิ้น 87,012 คัน เพิ่มขึ้น 27.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 40,685 คัน เพิ่มขึ้น 29.6% และรถเพื่อการพาณิชย์ 46,327 คัน เพิ่มขึ้น 25.7% โดยตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ มียอดขาย 40,087 คัน เพิ่มขึ้น 28.2%
ขณะที่ยอดขายรถยนต์เดือน ต.ค. 2554 ซึ่งเป็นเดือนแรกที่ประเทศไทยเริ่มประสบวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ เห็นได้ว่าตลาดรถยนต์หดตัวอย่างรุนแรง โดยตลาดรถยนต์รวมมีปริมาณการขายทั้งสิ้น 42,873 คัน ลดลง 40.5% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 19,852 คัน ลดลง 38.8% และรถเพื่อการพาณิชย์ 23,021 คัน ลดลง 41.8% รวมทั้งตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน จำนวน 18,861 คัน ลดลง 44.3%
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า การที่ตลาดรถยนต์เดือน ต.ค. ได้ลดลง 40.5% เป็นผลกระทบจากอุทกภัยใหญ่ ทำให้โรงประกอบรถยนต์หลายแห่งที่แม้ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง จำต้องหยุดการผลิตตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. เนื่องจากการขาดแคลนชิ้นส่วน
ทั้งนี้ วิกฤติน้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังตลาดรถยนต์รวมเดือน พ.ย. 2554 ที่ยังคงทรุดลงต่อเนื่อง โดยมียอดขายอยู่ที่ 25,664 คัน ลดลง 67.5% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 12,746 คัน ลดลง 62.1% และรถเพื่อการพาณิชย์ 12,918 คัน ลดลง 71.5% ขณะที่รถกระบะขนาด 1 ตัน อยู่ที่ 8,431 คัน ลดลง 78.6%
ส่วนยอดขายรถยนต์รวมเดือน ธ.ค. 2554 อยู่ที่ 54,575 คัน ลดลง 41.4% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 25,826 คัน ลดลง 33.8% และรถเพื่อการพาณิชย์ 28,749 คัน ลดลง 46.9% โดยรถกระบะขนาด 1 ตัน อยู่ที่ 21,083 คัน ลดลง 54.5%
ขณะที่ยอดขายรถยนต์รวมเดือน ม.ค. 2555 เริ่มกลับมาดีขึ้น มียอดขายอยู่ที่ 76,246 คัน เพิ่มขึ้น 11.5% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 27,962 คัน ลดลง 9.8% และรถเพื่อการพาณิชย์ 48,284 คัน เพิ่มขึ้น 29.1% สำหรับรถกระบะขนาด 1 ตัน 42,801 คัน เพิ่มขึ้น 35.3%
นายวุฒิกร ระบุว่าตลาดรถยนต์เดือน ม.ค.ปีนี้ที่เพิ่มขึ้น 11.5% เป็นเพราะบริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่สามารถกลับมาผลิตได้ในระดับปกติ ทำให้สามารถเร่งส่งมอบรถที่ค้างจองได้มากขึ้น แต่ในส่วนยอดขายรถยนต์นั่งยังลดลง เป็นผลจากผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยยังไม่สามารถกลับมาผลิตได้เป็นปกติ
ด้านยอดขายรถยนต์รวมเดือน ก.พ. 2555 มีปริมาณการขาย 90,461 คัน เพิ่มขึ้น 17.2% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 32,170 คัน ลดลง 4.0% และรถเพื่อการพาณิชย์ 58,291 คัน เพิ่มขึ้น 33.4% ส่วนรถกระบะขนาด 1 ตัน 51,335 คัน เพิ่มขึ้น 36.2%
สำหรับยอดขายรถยนต์เดือน มี.ค. 2555 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 110,928 คัน เพิ่มขึ้น 19.3% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 40,305 คัน ลดลง 3.3% และรถเพื่อการพาณิชย์ 70,168 คัน เพิ่มขึ้น 36.7% ส่วนรถกระบะขนาด 1 ตัน 61,737 คัน เพิ่มขึ้น 40.0%
ล่าสุด ยอดขายรถยนต์รวมเดือน เม.ย.ปีนี้ มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 87,788 คัน เพิ่มขึ้น 30.5% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 38,211 คัน เพิ่มขึ้น 23.4% และรถเพื่อการพาณิชย์ 49,132 คัน เพิ่มขึ้น 35.2% ส่วนรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนต์นี้ จำนวน 42,163 คัน เพิ่มขึ้น 34.8%
นายวุฒิกร ย้ำว่าการที่ตลาดรถเดือน เม.ย.ปีนี้มีความคึกคัก เป็นผลจากความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่ที่แนะนำช่วงงานบางกอกมอเตอร์โชว์ ส่งผลให้มีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ตลอดจนกำลังการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ทุกบริษัทเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ จึงสามารถเพิ่มการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าค้างจองได้มากขึ้น
คลังขอเวลา 2 เดือน
จากการที่ตลาดรถได้หวนกลับมาคึกคัก จนรถหลายรุ่นต้องเสียเวลารอคิวนานกว่าจะได้เป็นเจ้าของ โดยเฉพาะรถที่อยู่ในข่ายได้รับอานิสงส์จากนโยบายคืนภาษีรถคันแรก ที่คิวจองยาวเหยียด
ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเกิดความกังวลว่าอาจจะเสียโอกาสในการรับสิทธิคืนภาษีรถคันแรก จึงได้ขอให้กระทรวงการคลังได้ขยายระยะเวลาสำหรับนโยบายนี้ออกไปอีก เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดรถได้ประสบวิกฤติน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถผลิตรถยนต์ได้เต็มที่ ส่งผลให้เกิดปัญหาคิวรับรถนานผิดปกติ
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการสรุปโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ซึ่งเดิมนั้นมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ว่าจะมีแนวทางอื่นๆเพิ่มอีกหรือไม่

“คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาศึกษาอีก 2 เดือนนับจากนี้ไป เพื่อพิจารณาว่า ในช่วงที่ผ่านมามาตรการที่ออกไปนั้น ได้ตอบสนองความต้องการของประชาชนและตรงกับเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเพิ่มยอดขายรถยนต์ได้ไม่น้อยกว่า 500,000 คันหรือไม่”
ขณะนี้ยอดขอเงินคืนภาษีรถคันแรกได้มีอัตราการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากเดิมในช่วงแรกมีเข้ามาประมาณ 1,000 คัน และล่าสุดเมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มีประชาชนมาขอคืนเงินภาษีแล้ว 40,000 คัน และยังมีรถยนต์ที่เข้าข่ายสามารถขอคืนเงินภาษี โดยอยู่ระหว่างการรอจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกอีกประมาณ 200,000 คัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งหมด 500,000 คัน คิดเป็นเม็ดเงิน 30,000 ล้านบาท
นายทนุศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงแรกของโครงการที่มีปัญหา เพราะประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดอาการสะดุดทางด้านกำลังซื้อ และยังได้รับผลกระทบจากกำลังการผลิตรถยนต์ของโรงประกอบรถยนต์และโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมด้วย จึงทำให้ยอดการขอคืนเงินมีเข้ามาน้อยมาก
“แต่เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ กำลังซื้อของผู้บริโภคคืนกลับมาเหมือนเดิม เห็นได้จากยอดการขอเงินคืนที่มีเพิ่มขึ้นมากในช่วงเดือน เม.ย.และเดือน พ.ค. และยังจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกเดือน โดยช่วงปลายปีนี้ คาดว่าจะมีผู้มายื่นเรื่องขอคืนเงินมากขึ้น”
ทั้งนี้ จากการที่กระทรวงการคลังได้รับทราบถึงเหตุภาวะผิดปกติของตลาดรถในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากวิกฤติน้ำท่วม จนส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์ต้องสะดุด โรงประกอบรถยนต์ต้องชะลอการผลิต โดยเพิ่งจะกลับมามีกำลังการผลิตได้เป็นปกติในเดือน พ.ค.นี้
ทำให้ล่าสุด กรมสรรพสามิตได้วางแนวทางแก้ไขในเรื่องนี้ไว้ 2 แนวทาง คือ
1. ขยายเวลาจากที่จะสิ้นสุดสิ้นปีนี้ ให้เพิ่มต่อไปอีก 3-4 เดือนของปี 2556 ซึ่งเป็นการชดเชยกับช่วงเวลาที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถผลิตรถยนต์ขายได้ทัน
และ 2. ไม่ขยายเวลา แต่จะผ่อนปรนเงื่อนไขให้คนที่ถือใบจองรถจนถึงสิ้นปีนี้ ได้สิทธิคืนเงินรถคันแรกได้ จากเดิมที่กำหนดว่า “จะต้องรับรถและจดทะเบียนรถภายในปีนี้เท่านั้น”
ดังนั้น ไม่ว่ารัฐบาลจะเลือกแนวทางใดตามที่กรมสรรพสามิตเสนอมา แต่สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการจะได้สิทธิคืนภาษีรถคันแรก จึงต้องรีบตัดสินใจจองรถก่อนสิ้นปีนี้ เพราะถึงอย่างไรกว่าจะรับรถได้ก็เป็นช่วงต้นปีหน้าอยู่ดี
หากยังมัวลังเล ก็อาจจะชวดสิทธิดังกล่าว
เพราะทางการจะไม่ขยายเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว!!!
ทีมเศรษฐกิจ
http://www.thairath.co.th/column/eco/ecoscoop/261891
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม กระทรวงการคลัง เตรียมขยายเวลาโครงการภาษีรถคันแรก
โดยปรับหลักเกณฑ์ซื้อรถปีนี้แต่รับรถปีหน้า สามารถขอคืนภาษีได้ วันนี้ (11 เมษายน) นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากเดิมที่โครงการลดภาษีรถยนต์คันแรกของรัฐบาล กำหนดไว้ว่า ต้องรับมอบรถยนต์และยื่นเอกสารขอคืนเงินภายใน 31 ธันวาคม 2555 นั้น ล่าสุดทางกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาแนวทางการขยายระยะเวลาสิ้นสุดโครงการดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน - 1 ปี ตามความเหมาะสม ทั้งนี้เนื่องจากผลกระทบจากอุทกภัยส่งผลต่อสายการผลิตรถยนต์ของบางบริษัทล่าช้า ทำให้ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกตามหลักเกณฑ์เดิม ไม่สามารถรับมอบรถตามเวลาที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การขยายระยะเวลาดังกล่าวนั้น ยังคงเงื่อนไขที่ผู้ใช้สิทธิ์จะต้องจองซื้อรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ปีนี้เท่านั้น ซึ่งหลังพิจารณาแนวทางการเสนอขยายเวลาที่เหมาะสมแล้ว กระทรวงการคลังจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ทันทีอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก