Showing posts with label ราคารถมือ2. Show all posts
Showing posts with label ราคารถมือ2. Show all posts

Tuesday, February 12, 2013

ราคารถมือสอง honda accord โฉม 2008 - 2011

วันนี้เอาราคากลางรถมือสองมาให้เพื่อนๆได้เอาไปดูกันกับรถ Honda Accord โฉมปี 2008 - 2011 เราไปดูราคากลางกันดีกว่าว่าพอเอื้อมมือถึงกันหรือยัง รู้สึกว่า รถรุ่นฮอนด้า accord ราคาตกยากเลยนะครับ บางคันยังหลักล้านอยู่เลย แต่ด้วยความหรูหราและการขับที่ดีเยี่ยม ไม่ผิดหวังครับ กับรถ accord มือสอง

ราคารถมือสอง honda accord


HONDA ACCORD i-VTEC 2.0 [E] AT ปี 2008
ราคารถมือสองอยู่ที่ 798000 - 879000

HONDA ACCORD i-VTEC 2.4 [E] AT ปี 2008
ราคารถมือสองอยู่ที่ 859000 - 915000

HONDA ACCORD i-VTEC 2.4 [EL] AT ปี 2008
ราคารถมือสองอยู่ที่ 879000 - 939000
_______________________________________________________________

HONDA ACCORD i-VTEC 2.4 [E] AT ปี 2009
ราคารถมือสองอยู่ที่ 799000 - 1028000

HONDA ACCORD i-VTEC 2.4 [EL] AT ปี 2009
ราคารถมือสองอยู่ที่ 979000
_______________________________________________________________

HONDA ACCORD i-VTEC 2.0 [E] AT ปี 2010
ราคารถมือสองอยู่ที่ 958000 - 1129000

HONDA ACCORD i-VTEC 2.4 [EL] AT ปี 2010
ราคารถมือสองอยู่ที่ 988000 - 1170000
_______________________________________________________________

HONDA ACCORD i-VTEC 2.0 [E] AT ปี 2011
ราคารถมือสองที่ 1000000 - 1098000

HONDA ACCORD i-VTEC 2.4 [EL] AT ปี 2011
ราคารถมือสองอยู่ที่ 1258000 - 1380000
_______________________________________________________________

HONDA ACCORD i-VTEC 2.0 JAPAN AT ปี 2012
ราคารถมือสองอยู่ที่ 1228000 - 1558000

HONDA ACCORD i-VTEC 2.4 [E] AT ปี 2012
ราคารถมือสองอยู่ที่ 1089000 - 1489000

HONDA ACCORD i-VTEC 2.0 [EL] AT ปี 2012
ราคารถมือสองอยู่ที่ 1298000 - 1489000
_______________________________________________________________

ราคารถมือสองเทียบกับ unseencar.com 79 คัน


Saturday, December 29, 2012

มีรถแล้วต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง

เผอิญไปเจอบทวามจากเวปไซต์ไทยรัฐออนไลน์เห็นว่ามีประโยชน์เลยจะเอามาบอกเพื่อนๆต่อครับ เกี่ยวกับกการเป็นเจ้าของรถคันนึงหรือเรียกปัจจุบัน ณ ตอนนี้ว่ารถคันแรก ลองไปดูกันสิครับว่า การเป็นเจ้าของรถคันแรกนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง 

รถคันแรก
โครงการประชานิยม ของ รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ต้องยกให้โครงการ “รถยนต์คันแรก” ที่รัฐบาลควักเนื้อ ลดภาษีสรรพสามิตให้คันละ 100,000 บาท เพื่อกระตุ้น “ต่อมอยาก” ให้คนที่ยังไม่เคยมีรถยนต์เป็นของตัวเอง ต้องไปซื้อรถยนต์มาขี่ โดยตัวเลขล่าสุด ณ วันคริสต์มาส 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา คุณสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต บอกว่า มีประชาชนไปยื่นขอใช้สิทธิ์แล้ว 1.095 ล้านคัน

คาดว่าเมื่อถึงนาทีสุดท้ายเวลา 24.00 น. คืนวันที่ 31 ธันวาคม เป้าจะทะลุแบบถล่มทลาย 1.2 ล้านคัน รถบางยี่ห้อ เช่น ซูซูกิ สวิฟท์ มีกำหนดส่งรถให้ผู้ซื้อถึงปี 2557 โน่น แต่เดือนไหนยังกำหนดไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ต้องรอ 6-12 เดือน

รถยนต์คันแรก ที่ได้รับสิทธิ์ลดภาษีสรรพสามิตคันละ 100,000 บาท 1.2 ล้านคัน คูณออกมาก็เป็นเงินภาษี 120,000 ล้านบาท เอาเงินก้อนนี้ไปสร้างรถไฟใต้ดินและรถไฟฟ้าลอยฟ้าในกรุงเทพฯได้หลายสายเลยทีเดียว ขนคนได้มากกว่ารถยนต์ 1.2 ล้านคัน ไม่รู้กี่พันกี่หมื่นเท่า รถก็ไม่ติดวินาศสันตะโรอย่างที่เห็น ที่สำคัญยังช่วยลดการผลาญน้ำมันในแต่ละปีอีกมากมายมหาศาล

แต่ก็ช่างเถอะ อีก 3 วัน ก็หมดโครงการแล้ว

แต่ท่านที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์คันแรกไปแล้ว เพราะถูกกระตุ้น “ต่อมอยาก” จากรัฐบาล ด้วยการให้ส่วนลดภาษี 100,000 บาท ฟรีๆนั้น ท่านรู้หรือไม่ว่า เมื่อมีรถยนต์แล้ว ท่านจะต้องมี “ค่าใช้จ่ายประจำ” อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง นอกเหนือจาก เงินค่าผ่อนรถ และ ดอกเบี้ย เช่าซื้อรถยนต์คันแรก

ผมจะลองแยกให้ดูคร่าวๆแต่ละเดือนมีค่าใช้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง

1.ค่าน้ำมันรถ อย่างประหยัดเดือนละ 2,000-3,000 บาท
2.ค่าทางด่วน เดือนละ 3,000 บาท (เฉลี่ยวันละ 2 เที่ยว ขาไป 45 บาท ขากลับ 45 บาท และเผื่อค่าทางด่วนไปทำอย่างอื่นด้วย)
3.ค่าที่จอดรถกลางวัน (ขับรถไปทำงานต้องมีที่จอดรถซึ่งต้องเสียค่าจอด)
4.ค่าเช่าที่จอดรถแถวบ้าน (กรณีบ้านไม่มีที่จอดรถ) เดือนละ 2,000 บาท

นี่แค่รายจ่ายประจำที่จำเป็นเท่านั้น เมื่อมีรถยนต์เล็กๆหนึ่งคัน ก็เป็นหมื่นบาทต่อเดือนแล้ว ยังไม่นับค่าผ่อนรถ ค่าซ่อมรถ อีกต่างหาก

ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเดือนละ 10,000 บาท จากการเป็นเจ้าของรถยนต์คันแรก จะทำให้เจ้าของรถที่มีกำลังเงินไม่พอจ่าย ต้องกลายเป็น NPL หรือ “หนี้เสีย” ในอนาคตอันไม่ไกลแน่นอน ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกส่วนใหญ่ก็รู้ตัวดี แต่อยากได้เงิน 100,000 บาท เมื่อได้เงิน 100,000 บาท แล้ว ก็อาจหักใจทิ้งรถให้เป็นหนี้เสีย วันนี้ไฟแนนซ์เช่าซื้อเองก็รู้ดี จึงได้เตรียมมาตรการยึดรถล่วงหน้าไว้แล้ว

ท่านผู้อ่านเชื่อไหม แม้วันนี้ยังไม่มีรถยนต์คันแรก แต่รถยนต์ทั่วไปก็ขายดิบขายดี จนรถติดเต็มถนนไม่มีที่วิ่ง การนำรถเข้าไปซ่อมในอู่หรือไปตรวจเช็ก จะต้องมีการ “จองใบคิวล่วงหน้า” ด้วยการ โทร.ไปจองคิวล่วงหน้า เป็นสัปดาห์เป็นเดือน แล้วแต่อู่และยี่ห้อรถ อู่บางแห่งต้องจองคิวเป็นเดือนกว่าจะได้คิว เมื่อได้คิวแล้วจึงนำรถไปเข้าอู่ได้ ส่วนจะซ่อมอีกกี่วัน ก็แล้วแต่คิวทางอู่อีก ใครมีรถหนึ่งคัน ถ้ารถเสีย ต้องรอซ่อมเป็นเดือน

ผลจากโครงการประชานิยม “รถยนต์คันแรก” ยังทำให้ “คิวทำใบขับขี่” ของ กรมการขนส่งทางบก ต้องต่อแถวกันยาวเหยียดทุกวัน เพราะคนที่ซื้อรถยนต์คันแรก ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่มีใบขับขี่ เพราะไม่เคยขับรถยนต์ เพิ่งจะไปหัดขับเมื่อจองรถและไปขอทำใบขับขี่ จะรู้กฎจราจรหรือไม่รู้ เพราะเจ้ารถยนต์คันแรกเป็นล้านคน คงหาโรงเรียนสอนขับรถขนาดนี้ได้ยาก ได้แต่สอนกันเองงูๆปลาๆ แล้วก็ไปขอทำใบขับขี่

เพราะฉะนั้น ฟันธงได้เลยว่า ปีหน้าอุบัติเหตุบนท้องถนนจะบานฉ่ำ จาก มือใหม่หัดขับ เจ้าของรถยนต์คันแรก 1.2 ล้านคัน โครงการประชานิยมทุกโครงการ แม้ภายนอกจะดูดี แต่เนื้อในกลับมีผลร้ายมากมายซ่อนอยู่เสมอ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”
ที่มาของบทความ
http://www.thairath.co.th/column/pol/thai_remark/316329

อ่านแล้วลองคำนวณค่าใช้จ่ายกันนะครับ

Friday, October 5, 2012

ราคารถมือสอง ford fiesta

วันนี้เอาราคารถมือสองของ Ford Fiesta มาฝากเพื่อนๆครับ เป็นราคากลางของรถมือสองที่ผมไปสำรวจจากเวปไซต์ unseencar และ one2car ประจำวันเดือนตุลาคม 2555 ถ้าเพื่อนๆสนใจก็สามารถดูเป็นราคากลางไว้เผื่อไปที่เต๊นต์ไหนจะได้เอาไปเทียบครับผม

______________________________________________________


FORD FIESTA 4Dr Sport 1.6 AT ปี 2011
ราคารถมือสองอยู่ที่ 458000 - 589000 บาท
ราคากลางอยู่ที่  = 523500 บาท

FORD FIESTA 5Dr Sport 1.6 AT ปี 2011
ราคารถมือสองอยู่ที่ 458,000 - 599000 บาท
ราคากลางอยู่ที่  = 528500 บาท
________________________________________________________

FORD FIESTA 4Dr Style 1.4 AT ปี 2012
ราคารถมือสองอยู่ที่ 459,000 - 599000 บาท
ราคากลางอยู่ที่  = 529000 บาท

FORD FIESTA 5Dr Sport 1.6 AT ปี 2012
ราคารถมือสองอยู่ที่ 459,000 - 629000 บาท
ราคากลางอยู่ที่  = 544000 บาท
________________________________________________
*แอร์,วิทยุ - เทป,วิทยุ-CD,เซ็นทรัลล็อก,กระจกไฟฟ้า,Airbag,เบรก ABS,ไฟตัดหมอก,ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง,ล้อแม็กซ์,กันสาด,สเกิร์ต,กระจกไล่ฝ้า,Park Sensor
**อยู่ที่ข้อตกลงของเต๊นท์ รถมือสอง

ขอบคุณราคารถ Ford มือสองจาก Unseencar และ One2car
สนใจตารางผ่อนรถใหม่ของ Ford Fiesta ดูรายละเอียดที่นี่ครับ




Sunday, August 5, 2012

6 ความเชื่อเกี่ยวกับการซื้อรถมือสอง

อันนี้เป็นความเชื่อของแต่ละคน ไม่สามารถให้ใครเชื่อได้ไม่เชื่อก้ได้ เป็นวิจารณญาณส่วนบุคคลจริงๆ
การเลือกซื้อรถยนต์มือสองไม่ใช่เรื่องง่าย ใครๆ ก็กลัวถูกหลอก แต่จะป้องกันได้อย่างไร
ถ้ายังมีความเชื่อผิดๆ กันอยู่ บทความนี้ไม่ใช่วิธีเลือกรถยนต์มือสอง
แต่จะช่วยลบล้างความเชื่อผิดๆ ได้



1. เต็นท์ต้องย้อมแมวเสมอ - รถบ้านต้องสภาพดีกว่า

ความเชื่อผิด :
คนส่วนใหญ่ยังเชื่อกันอยู่ว่า การซื้อรถมือสองจากผู้ประกอบการ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า
เต็นท์รถมือสอง ต้องเสี่ยงต่อการย้อมแมว ต้องถูกหลอก มักเอารถเน่ามาหลอกขาย
สารพัดจะเละทั้งตัวถังห่วย ชนยับ เครื่องยนต์ช่วงล่างซ่อมแบบขอไปที มีส่วนจริงบ้างเท่านั้น
แต่ไม่ใช่ทุกเต็นท์ ส่วนรถที่ประกาศขายเองตามหน้านิตยสาร หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต
ตั้งกล่องจอดข้างทางประกาศขาย หรือที่เรียกกันว่า รถบ้าน
หลายคนรีบมองว่า น่าจะสภาพดีกว่ารถเต็นท์ เพราะเจ้าของใช้เอง
ขายโดยไม่มีคนกลางราคาถูกกว่า รถก็สภาพดีกว่า ไม่มีการย้อมแมว

ความเป็นจริง :
ของมือสองจะมีสภาพดีหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับแหล่งที่ขายเท่าไรนัก ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลและ
การใช้งานของเจ้าของเดิมและการปรับสภาพของผู้ขาย
(ซึ่งอาจเป็นหรือไม่เป็นคนเดียวกับเจ้าของเดิม)เรื่องเต็นท์ย้อมแมว มีมาตลอดและยังมีอยู่เสมอ
เพราะหลายคนทำธุรกิจแบบตีหัวเข้าบ้าน เน้นกำไรสูงๆ ไว้ก่อน ลูกค้ารู้ภายหลังไม่สน
แต่เต็นท์หลายแห่งในระยะหลังมานี้ ต้องการทำธุรกิจระยะยาว ไม่รับซื้อรถสภาพแย่ๆ
รถที่ขายอยู่ก็มีสภาพดี เพื่อให้ขายง่ายและสร้างชื่อเสียง ในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าคนเดิมวน
กลับมาซื้ออีกหรือปากต่อปากบอกเพื่อนๆ ย่อมดีกว่าย้อมแมวขายแล้วลูกค้าสาปส่ง
เรื่องนี้ต้องแล้วแต่นโยบายทางธุรกิจ

ส่วนรถบ้านนั้น มีทั้งแท้และเทียม เพราะพ่อค้ารถทราบดีว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่ เชื่อมั่นว่ารถบ้านต้อง
สภาพดีราคาถูก ผู้ซื้อมักจะชะล่าใจตัดสินใจง่ายไม่ดูละเอียด จึงใช้วิธีเช่าบ้านเอารถไปจอดขาย
ทีละคันสองคัน ซึ่งก็ไม่แพงเท่าไร ค่าเช่าเดือนละไม่กี่พันบาท แล้วอาจจะอยู่อาศัยเองด้วย
หรืออาจจะใช้วิธีฝากขายกับคนที่ไว้ใจ ปลอมเป็นรถบ้าน
สังเกตได้ว่าผู้ขายจะไม่ค่อยรู้รายละเอียดของรถคันนั้น อ้ำอึ้งเมื่อถูกถามลึกๆ
และที่สำคัญคือ ชื่อในสมุดทะเบียน จะไม่ใช่ผู้ขายคนนั้น

ส่วนรถบ้านแท้ๆ ขายโดยเจ้าของจริง ไม่จำเป็นว่ารถจะมีสภาพดี
เพราะเขาอาจจะดูแลรถมาไม่ดี จนเต็นท์ไม่รับซื้อหรือไม่รับเทิร์น เลยต้องมาขายเอง
เป็นเรื่องแปลกที่รถบ้านซึ่งซ่อมแบบขอไปที ไม่ถูกเรียกว่าย้อมแมว

ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
ให้ความเป็นกลางในใจในเรื่องของแหล่งที่ขาย
ให้คิดว่าไม่ว่าจะซื้อที่ไหนก็มีโอกาสถูกย้อมแมวได้พอกัน จะได้ไม่ชะล่าใจ


2. สีสวย คือ สภาพดี อาจเพราะทำมาใหม่

ความเชื่อผิด :
ไม่แปลกที่เมื่อเห็นรถคันใดสีสวยเงางาม ไม่มีรอยเฉี่ยวชนค้างอยู่ หลายคนจะคิดไปก่อนเลยว่า
รถคันนี้สภาพดี เพราะเป็นสิ่งที่มองเห็น เป็นอย่างแรก และไม่ซับซ้อนในการดู ถึงจะซ่อมสีมา
หรือพ่นใหม่ทั้งคัน แต่ถ้าทำมาเรียบร้อย ไม่เป็นคลื่นเป็นลอน อย่างน้อยก็ดูดี
และอาจทำให้ผู้ซื้อชะล่าใจ ดูส่วนอื่นไม่ละเอียด

ความเป็นจริง :
สีสวยแต่อาจเป็นเพราะซ่อมมาแล้วหรือทำมาใหม่ทั้งคัน หลังจากเกิดอุบัติเหตุ สวยเงางามไม่พอ
จำเป็นต้องดูในรายละเอียดว่า ทำไมถึงสีเนียน เป็นสีเดิมจากโรงงานจริง หรือสีพ่นใหม่ ซึ่งต้อง
เกี่ยวข้องกับอายุของรถด้วย
ถ้ารถใหม่อายุไม่เกิน 7-8 ปี ซึ่งเป็นอายุเฉลี่ยของสีจากโรงงานผลิตที่พอจะทนอยู่ได้ ก็ไม่ควร
จะมีการทำสีใหม่มาทั้งคัน ถ้าเคยซ่อมสีมาแผลสองแผลพอทำใจได้ หากทำสีมาทั้งคัน
สันนิษฐานได้ 2 สาเหตุหลัก คือ เกิดอุบัติเหตุหนักหรือจอดตากแดดขาดการดูแล เพราะรถ
ปีใหม่ๆ นั้นในแวดวงเขาเน้นกันว่าต้องสีเดิมโดยผู้ขายมักจะบอกเน้นมากๆ ถ้าเป็นสีเดิมทั้งคัน
เพราะจะชัดเจนว่า รถคันนั้นไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย
ส่วนรถเก่าอายุเกิน 10 ปี แน่นอนว่าต้องมีการทำสีมาใหม่ แต่ควรจะใหม่แบบเรียบร้อย
ไม่ใช่ใหม่แต่ภายนอก แต่ภายในหมกเม็ดเลอะเทอะ ทำแบบลวกๆ

ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
สีเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น สวยแต่เปลือกก็มีเยอะ
ถ้าเป็นรถใหม่ สีเดิมจากโรงงานย่อมดีที่สุด
หลีกเลี่ยงการซื้อรถปีใหม่ๆ ที่ทำสีมาใหม่ทั้งคัน เพราะยังไงก็ไม่เนี้ยบไม่ทนเท่าสีโรงงาน
ส่วนรถเก่าถ้าทำสีมาใหม่ ควรสวยทั้งนอกทั้งใน ละอองสีไม่เลอะเทอะ
และอย่าลืมดูส่วนอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจด้วย เพราะไม่ใช่สีสวยแล้วตัวถังต้องดีเสมอไป


3. เคาะ..ป๊องๆๆ บางทั้งคัน อาจบางแค่ภายนอก

ความเชื่อผิด :
ความบางจากการเคาะด้วย มะเหงกนั้น หมายถึง ตัวถังบางมีแต่เหล็กกับเนื้อสี ไม่มีสีโป๊วทับ
เนื้อเหล็กอยู่ใต้สีชั้นนอก ถ้าเคาะแล้วบาง เสียงก้องๆ ดังป๊องๆๆๆ เสียงไม่ทึบ แสดงว่าบาง
ไม่เกิดอุบัติเหตุมา ไม่มีการชน แล้วเคาะซ่อมแล้วโป๊วสีทับ ผู้ขายบางคนรีบบอกเลยว่า
รถคันที่จะขายบางทั้งคัน ป๊องทั้งคัน เพื่อแสดงว่าไม่มีการชนหนักมาก่อน ผู้ซื้อจะได้สนใจ

ความเป็นจริง :
การเคาะด้วยหลังมือไปทั่วคันรถ สามารถตรวจสอบความบางของตัวถังด้านนอกได้ว่า
มีสีโป๊วทับหรือไม่ แต่การที่ตัวถังในส่วนที่เคาะนั้นบาง ไม่ได้หมายความว่ารถคันนั้นไม่เคยเกิด
อุบัติเหตุหนักๆ ทุกชิ้นที่อยู่ภายนอกอาจบาง ทั้งที่รถคันนั้นเคยชนเละมาแล้ว เพราะซ่อมแบบ
เปลี่ยนทั้งชิ้น เช่น เปลี่ยนประตูทั้งบาน ฝากระโปรงทั้งชิ้นหรือแม้แต่แผ่นหลังคา ถึงจะคว่ำมา
ก็เปลี่ยนหลังคาทั้งแผ่นได้ ถ้าซ่อมโดยวิธีเคาะดึงโครงสร้างข้างในแล้ว ชิ้นนอกใช้วิธีเปลี่ยนเอา
หลังมือเคาะ ยังไงก็ป๊องๆ ยังไงก็บางทั้งคัน

ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
การเคาะตัวถังภาย นอกบอกไม่ได้ว่า รถคันนั้นไม่เคยชน เพราะบอกได้แค่ว่า ชิ้นนั้นไม่เคยชน
แต่ข้างในนั้นอาจชนมาเละ แล้วเปลี่ยนชิ้นใหม่ภายนอกมา อะไหล่ตัวถังทั้งแท้ เทียบ เทียม
ใหม่ เก่า มีให้เลือกเปลี่ยนอย่างสะดวก เมื่อเคาะฟังเสียงข้างนอกแล้ว ที่สำคัญคือ
ต้องดูตะเข็บ รอยเชื่อม รอยอาร์คภายในทุกจุด เท่าที่จะดูได้อย่างละเอียด ถึงจะทราบได้ว่า
รถคันนั้นเคย เกิดอุบัติเหตุหนักๆหรือไม่ การเคาะแล้วเสียงป๊องๆ เป็นส่วนประกอบย่อยเท่านั้น
ยุคนี้ชิ้นไหนๆ ก็เปลี่ยนกันได้ในราคาไม่แพง


4. เลขระยะทางบนหน้าปัด อย่าเชื่อมาก

ความเข้าใจผิด :
แม้คนส่วนใหญ่จะพอทราบกันว่า เลขกิโลเมตรบนมาตรวัดระยะทางหรือเรียกกันแบบชาวบ้านว่า
ไมล์ (ทั้งที่ไม่ใช่ระยะเป็นไมล์) สำหรับการซื้อ ขายรถมือสองนั้นเชื่อถือแทบไม่ได้
เพราะสามารถหมุนเลขกลับได้ง่าย มีช่างเก่งๆรับทำให้ในราคาคันละ 500-1,000 บาทเท่านั้น
แต่ผู้ซื้อก็อดไม่ได้ที่จะดูเลขไมล์ ประกอบการตัดสินใจด้วยเสมอ ดูเลขไมล์แล้ว ก็ไม่ค่อยเชื่อ
บางคนยังไล่ไปดูร่องรอยการรื้อหน้าปัดด้วย ส่วนรถที่ใช้เลขไมล์เป็นดิจิตอล คนส่วนใหญ่คิดว่า
เปลี่ยนแปลงจากการใช้งานจริงไม่ได้ ทั้งที่บางคันอาจทำ แต่อาจจะยากกว่าแบบอนาล็อก

ความเป็นจริง : ไม่ควรถือว่าเลขไมล์บนมาตรวัดเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจ
ควรดูสภาพส่วนอื่นที่สำคัญมากกว่าการเชื่อตัวเลขบนหน้าปัด
เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ ทั้งแบบอนาล็อกและดิจิตอล
โดยในแบบหลังนั้น อาจจะใช้วิธีป้อนสัญญาณให้เลขวิ่งเดินหน้าจนกลับมาขึ้นรอบใหม่ก็เป็นได้

ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
เลขไมล์แทบไม่มีผลต่อการตัดสินใจ ถ้าสภาพของอุปกรณ์อื่นไม่สอดคล้องกัน เช่น
เลขไมล์น้อย แต่เบาะทรุด เปื่อย ปุ่มกดต่างๆ เลอะเลือนหรือถูกกดจนเลี่ยนมนไปหมดแล้ว


5. รถเต็นท์ราคาแพง - รถบ้านราคาถูก

ความเชื่อผิด :
ความเชื่อนี้ไม่ผิดเท่าไรนัก เพราะรถในเต็นท์ส่วนใหญ่ มักจะมีราคาแพงกว่ารถบ้านแท้ๆ
เพราะทำธุรกิจก็ต้องมีกำไร หรือต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับสภาพ รถเต็นท์ย่อมต้องเนี้ยบ
ส่วนรถบ้านนั้นอะไรพังนิดพังหน่อย เฉี่ยว นิดๆ หน่อยๆ แล้วยังไม่ซ่อม ก็ไม่มีใครว่า
แต่รถบ้านบางคันอาจจะตั้งราคาไว้แพง เพราะเจ้าของศึกษาราคาจากรถเต็นท์ที่ประกาศไว้
หรือแพงโอเวอร์ไปเลยก็ยังมี และคิดไปเองว่าจะขายได้ราคาตามนั้น
ทั้งที่ในเต็นท์นั้นเป็นแค่ราคาตั้ง พอซื้อจริงอาจจะลดได้อีกมากก็เป็นได้

ความเป็นจริง :
ในเต็นท์อาจแพงกว่ารถบ้าน แต่ถ้าซื้อเป็นเงินผ่อนก็สะดวกดี เพราะมีบริการหรือติดต่อแหล่ง
เงินกู้ให้ได้ หรือถ้าบางเต็นท์ร้อนเงิน หรือใช้นโยบายเงินหมุนเร็ว กำไรนิดหน่อยก็ขายดีกว่า
แช่นาน ราคาก็อาจไม่แพง

ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
ตั้งเงื่อนไขในการซื้อไว้ว่า ราคาไม่เกี่ยวกับแหล่งที่ขาย จะซื้อที่ไหน
ขอให้สภาพดีแล้วมีราคาที่เหมาะสมกันเป็นพอ ถูกแต่สภาพไม่ดี ก็ไม่น่าสน


6. เต็นท์รับประกัน ซ่อมฟรี ดูแลฟรี ไม่ดีคืนเงิน

ความเชื่อผิด :
บริการหลังการขายตามโฆษณาซ่อมแบบค่าแรงฟรีเป็นระยะยาว
คิดว่าช่างจะดี บริการเยี่ยม เสียแต่ค่าอะไหล่ หรือซื้ออะไหล่เข้าไปเองได้

ความเป็นจริง :
เมื่อใช้บริการจริงกลับพบกับสารพัดปัญหา ช่างไม่เก่ง ค่าแรงฟรีจริง แต่บวกลงไปในค่าอะไหล่
จนแพงเกินจริงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ จะซื้ออะไหล่ไปให้ก็อิดออด สารพัดจะบอกปัด
เป็นเรื่องปกติครับ ขายรถมือสอง 1 คันได้กำไรไม่กี่บาทจะมาดูแลหรือซ่อมฟรีกันในระยะยาว
ได้อย่างไร แทบไม่เคยเห็นเต็นท์ไหนประกาศออกมาแล้วบริการจริงๆ ได้ดีเลย

ความเข้าใจที่ถูกต้อง :
ไม่ต้องสนใจเงื่อนไขซ่อมแบบค่าแรงฟรี ยกเว้นเรื่องการรับประกันที่บางเต็นท์มีให้ในระยะสั้น
เช่น 1 เดือนซ่อมฟรีแบบไม่มีข้อแม้ ก็ควรทำเอกสารรับประกันให้รัดกุมและชัดเจนที่สุด

การเลือกรถยนต์มือสอง แบบที่ผู้ซื้อดูอะไรไม่เป็นเลย นอกจากสีเงาๆ และทดลองขับดู
เป็นเรื่องที่เสี่ยงอย่างมาก ถ้าสนใจจริงๆ ควรหาคนที่มีความรู้มากกว่า ถึงจะไม่เก่งมากแต่ก็ยังดี และที่สำคัญคือ ลบความเชื่อผิดๆ ออกไปก่อน


ขอบคุณบทความจาก
http://www.car-2-buy.com

Tuesday, April 17, 2012

เผยราคารถมือสองทุกประเภท เมษาฯ ลดลงต่อเนื่อง



รถมือสอง
ชี้ช่วงขาลงเป็นโอกาสทองของผู้สนใจซื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหการประมูล จำกัด เปิดเผยถึงราคาประมูลเฉลี่ยรถยนต์นั่งของสหการประมูลในเดือนมีนาคม 2555 ที่ผ่านมาว่า ได้ปรับตัวลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ สาเหตุมาจากราคาประมูลเฉลี่ยรถประเภท 1600-2000 cc ปรับตัวลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ และในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมามีการเปิดตัวอีโคคาร์ 2 รุ่น คือ สวิฟท์ และ มิราจ ขณะที่ค่ายโตโยต้าเปิดตัว คัมรีใหม่ ค่ายฮอนด้าก็เปิดตัว Honda Civic ใหม่ในงานในงานมอเตอร์โชว์ 2012

ทั้งนี้ ในขณะเดียวกันโรงงานฮอนด้าที่อยุธยาเริ่มเดินสายการผลิตได้ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนเป็นต้นไป ประกอบกับการผลิตรถยนต์บริษัทต่างๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้น และจากปัจจัยที่มีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาในตลาด สหการประมูลคาดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อราคาประมูลรถยนต์นั่งมือสองในเดือนเมษายน 2555 จะมีทิศทางอ่อนตัวลง

และคาดว่าแนวโน้มราคาประมูลเฉลี่ยของรถยนต์ประเภท 1300-1500 cc ของเดือนเมษายน 2555 จะไปอยู่ที่ระดับ 229,000 บาท /คัน และคาดว่าแนวโน้มราคาประมูลเฉลี่ยรถยนต์ประเภท 1600-2000 cc ในเดือนเดียวกันจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 231,500 – 240,000 บาท/คัน

สำหรับแนวโน้มตลาดประมูลรถยนต์มือสองประเภทกระบะในเดือนเมษายน 2555 นั้น ที่ผ่านมาพบว่าราคาประมูลเฉลี่ยรถกระบะของเดือนมีนาคมปรับตัวลดลง 1.5% โดยราคาประมูลเฉลี่ยกระบะประเภท Club Cab ปรับตัวลดลง 4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้

ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงตามกระบะ Single Cab และ Double Cab ที่มีการปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้ ทางด้านการผลิตที่โรงงาน ISUZU ก็คาดว่าสามารถเดินสายการผลิตได้เต็มร้อยตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงคาดการณ์ได้ว่าอุปทานรถกระบะใหม่จะค่อยทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สหการประมูลคาดการณ์แนวโน้มราคาประมูลเฉลี่ยกระบะในช่วงเดือนเมษายน 2555 ว่าจะมีแนวโน้มอ่อนตัวลง โดยเฉพาะกระบะ Double Cab ที่ราคาประมูลปรับตัวขึ้นสูงในช่วงน้ำท่วม และมีความเสี่ยงที่ราคาประมูลเฉลี่ยจะปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ในเดือนเมษายนได้คาดการณ์แนวโน้มราคาประมูลรถประเภท Single Cab จะอยู่ที่ระดับ 223,700 – 231,000 บาท/คัน ประเภท Club Cab จะอยู่ที่ระดับ 327,000 – 329,000 บาท/คัน และประเภท Double Cab จะอยู่ที่ระดับ 390,000 – 400,000 บาท/คัน

ขณะที่ด้านตลาดประมูลจักรยานยนต์มือสอง ราคาประมูลเฉลี่ยเดือนมีนาคมที่ผ่านมาของสหการประมูลปรับตัวลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน สาเหตุจากการเปิดตัวจักรยานยนต์โมเดลใหม่ของบริษัทฮอนด้า และยามาฮ่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งกระแสตอบรับจากตลาดค่อนข้างดีโดยเฉพาะ Honda Click 125 I จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาประมูลจักรยานยนต์มือสองชะลอตัวลงอย่างชัดเจนเนื่องจากเต้นท์รถจะซื้อเข้าแค่พอขาย

ขณะเดียวกันก็รอรถรุ่นใหม่ที่อาจจะถูกบริษัทไฟแนนซ์ยึดจะมาเข้ามาในตลาดประมูลอีก 2-3 เดือนข้างหน้า สหการประมูลคาดการณ์แนวโน้มราคาประมูลจักรยานยนต์เดือนเมษายน 2555 ยังอยู่ในทิศทางขาลง โดยคาดการณ์แนวโน้มราคาประมูลเฉลี่ยจักรยานยนต์ Moped ในเดือนเมษายนอยู่ที่ 22,500 – 23,000 บาท/คัน และ Automatic อยู่ที่ 19,000 – 20,000 บาท/คัน

พร้อมกันนี้ การปรับตัวลดลงของราคารถยนต์มือสองทุกประเภท และมีแนวโน้มว่าราคาขายจากการประมูลจะอยู่ในช่วงขาลง ทำให้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการตัดสินใจซื้อรถยนต์มือสอง

Mthai News

Wednesday, February 8, 2012

นิสสัน มาร์ช มือสอง (ปี10-12)

นิสสัน มาร์ช มือสอง ราคาเริ่มต้นที่ 389000
อัพเดตราคาวันที่ 9 ก.พ 2555



NISSAN MARCH 1.2 [E] MT ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 389000 - 442000

NISSAN MARCH 1.2 [V] AT ปี 2010
ราคารถมือ2 อยู่ที่ 412000 - 449,000


NISSAN MARCH 1.2 [S] MT ปี 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 399000 - 425000

NISSAN MARCH 1.2 [E] AT ปี 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 448000 458000

NISSAN MARCH 1.2 [V] AT ปี 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 429000 - 489000

สำรวจราคาจาก One2car.com

Thursday, November 10, 2011

ราคากลาง HONDA CITY i-VTEC 1.5 [S] AT




ราคารถมือ 1 Honda City รุ่น S AT อยู่ที่ 599000 บาท


ส่วนราคากลางรถมือ 2 


HONDA CITY  i-VTEC 1.5 [S] AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 515000 - 549000


HONDA CITY  i-VTEC 1.5 [S] AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยุ่ที่ 519000 - 579000


HONDA CITY  i-VTEC 1.5 [S] AT ปี 2010
ราคากลางรถมือ 2 อยุ่ที่ 545000 - 599000 

Friday, October 14, 2011

ราคารถมือ 2 TOYOTA FORTUNER




ราคากลางรถมือ 2 โตโยต้าฟอร์จูเนอร์ วันที่ 14 ตุลาคม 2554

TOYOTA FORTUNER 3.0 [G] MT 4WD ปี 2005
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 720000 - 858000

TOYOTA FORTUNER 2.7 [V] AT 4WD ปี 2005
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 828000 - 928000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] AT 4WD ปี 2005
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 798000 - 928000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] Exclusive AT 4WD ปี 2005
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 825000 - 855000



TOYOTA FORTUNER 2.7 [V] AT 4WD ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 858000 - 899000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] AT 4WD ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 848000 - 898000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] Exclusive AT 4WD ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 968000 - 978000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [G] MT 4WD ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 750,000 - 850000


TOYOTA FORTUNER 2.7 [V] AT 4WD ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 849000 - 945000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] AT 4WD ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 870000 - 945000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] Smart AT 4WD ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 1080000 - 1110000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] Exclusive AT 4WD ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 1050000 - 1070000


TOYOTA FORTUNER 3.0 [G] AT 4WD ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 848000 - 1150000

TOYOTA FORTUNER 2.7 [V] AT RWD ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 935000 - 1028000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] Smart AT 4WD ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 1040000 - 1159000


TOYOTA FORTUNER 3.0 [V] AT 4WD ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 1050000 - 1190000

TOYOTA FORTUNER 3.0 [G] MT 4WD ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 988000 - 1120000


TOYOTA FORTUNER TRD Sportivo II 3.0 AT 4WD ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 1390000 - 1400000

Friday, September 16, 2011

NISSAN TEANA โฉมปี ( 05-07)





NISSAN TEANA 230 JK AT ปี 2004
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 629,000 - 659,000

NISSAN TEANA 230 JM AT ปี 2004
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 679000 - 718,000


NISSAN TEANA 230 JK AT ปี 2005
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 689,000 - 721,000

NISSAN TEANA 230 JM AT ปี 2005
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 688,000 - 758,000


NISSAN TEANA 200 JK AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 745,000 - 748,000

NISSAN TEANA 230 JM AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 699,000 - 799,000

NISSAN TEANA 230 JS AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 748,000 - 848,000




NISSAN TEANA 200 JK AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 755,000 - 879,000

NISSAN TEANA 230 JM AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 785,000 - 820,000


NISSAN TEANA 200 JK AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 799,000


NISSAN TEANA 230 JS V6 AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 948,000

Thursday, September 8, 2011

ราคารถมือสอง HONDA JAZZ โฉมปี 08-10









HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC / MT 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 489,000 - 519,000


HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC / AT 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 559,000 - 659,000




HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC / MT 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 529000 - 540,000


 HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC / AT 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 558,000 - 618,000




HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC / MT 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 549000 - 600,000


HONDA JAZZ 1.5 i-VTEC / AT  2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 549000 - 655,000




ราคาสำรวจจากเวป thaicar.com
จำนวนรถ 34 คัน


วันที่ 8 กันยายน 2554

Friday, September 2, 2011

ราคารถมือสอง FORD FOCUS โฉมปี (04-06)

ราคารถมือสอง Ford Focus โฉมปี 2006




FORD FOCUS 1.8 5 Dr AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 459,000 - 460,000

FORD FOCUS 1.8 Ghia AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยุ่ที่ 458,000 - 485,000


FORD FOCUS 1.8 5 Dr AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 428,000 - 570,000

FORD FOCUS 1.8 Ghia ATปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 498,000 - 499,000

FORD FOCUS 1.8 5 Dr AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 518000 - 539,000


ขอบคุณที่มาราคาจาก Unseencar.com
ราคาสำรวจวันที่ 2 กันยายน 2554 

Friday, August 19, 2011

HONDA CIVIC โฉมปี (06-09)

ราคารถมือ 2 Honda Civic โฉมปี (06-09) 



Auto
HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [S] AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 599,000 - 630,000

HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [E] AS AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 628,000 - 749,000

HONDA CIVIC i-VTEC 2.0 [EL] AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 688,000 - 698,000


HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [S] AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 609,000 - 660,000

HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [E] AS AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 598,000 - 685,000

HONDA CIVIC i-VTEC 2.0 [EL] AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 699,000 - 729,000


HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [S] AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ทีั่ 629,000 - 687,000

HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [E] AS AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 658,000 - 725,000

HONDA CIVIC i-VTEC 2.0 [EL] AS AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 680,000 - 748,000


HONDA CIVIC i-VTEC 2.0 [E] AS AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 709,000 - 838,000


MT

HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [S] MT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 600,000 - 619,000

HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [E] AS MT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 610,000 - 658,000 

HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [S] MT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 570,000 - 580,000

HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [E] AS MT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 585,000 - 600,000


HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [E] AS MT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 629,000 - 650,000

HONDA CIVIC i-VTEC 1.8 [E] AS MT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 655,000 - 678,000

ราคากลางรถ HONDA CIVIC มือสอง
สำรวจวันที่ 20 สิงหาคม 2554
จาก Unseencar.com
จำนวน 50 คัน

Thursday, August 18, 2011

ราคารถมือ 2 MAZDA 2 (09-11)






ราคากลางรถมือสอง MAZDA 2 จ้า
ราคามีแต่เกียร์ Auto นะครับ



MAZDA 2 1.5 AT [Maxx Sport] ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 585,000 - 618,000

MAZDA 2  1.5 AT [Maxx Sport] ปี 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 599,000 - 638,000



MAZDA 2  1.5 AT [Groove Sport] ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 458,000 - 610,000

MAZDA 2  1.5 AT [Groove Sport] ปี 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 600,000 - 619,000


MAZDA 2  1.5 AT [Spirit Sport] ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 489,000 - 578,000

MAZDA 2  1.5 AT [Spirit Sport] ปี 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 585,000 - 618,000



สำรวจจาก Unseencar.com 20 คัน
ปล ราคาไม่ต่างกับมือ 1 สักเท่าไหร่เลย

Friday, August 12, 2011

HONDA CITY โฉมปี 08-11

ราคารถมือ2 HONDA CITY โฉมปี 08-11





HONDA CITY 1.5 i-VTEC / AT 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 498,000 - 619,000

HONDA CITY 1.5 i-VTEC / AT 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 555,000 - 630,000

HONDA CITY 1.5 i-VTEC / AT 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 560,000 - 639,000

HONDA CITY 1.5 i-VTEC / AT 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 666,000 - 670,000


ราคานี้สำรวจวันที่ 13 สิงหาคม 2554
จำนวนรถที่สำรวจ 40 คัน
จากเวปไซต์ fast2car.com







Tuesday, August 2, 2011

TOYOTA VIOS โฉมปี (07-09)





ราคารถมือ 2  TOYOTA VIOS โฉมปี (07-09) สวยน่าขับมากครับ
ใครๆที่เคยใช้ก็บอกว่า เป็นรถที่คุ้มสุดๆแล้ว เรามาดูราคากลางของรถมือสอง vios ตัวนี้กันครับ


TOYOTA  SOLUNA  VIOS 1.5 [J] AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 412,000 - 459,000 
TOYOTA SOLUNA VIOS 1.5 [E] MT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 428,000 - 450,000
TOYOTA  SOLUNA VIOS 1.5 [E] AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 438000-495000
TOYOTA SOLUNA VIOS 1.5 [G] Limited AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 499000 - 528000




TOYOTA SOLUNA VIOS  1.5 [E] MT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 448,000-480,000
TOYOTA  SOLUNA  VIOS 1.5 [J] AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 459,000 
TOYOTA SOLUNA  VIOS  1.5 [E] AT ปี 2008
 ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 470,000 - 519,000
TOYOTA  SOLUNA  VIOS  1.5 [G] Limited AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 538,000 - 588,000




TOYOTA SOLUNA VIOS 1.5 [E] MT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 440,000 - 489,000 
TOYOTA SOLUNA  VIOS 1.5 [J] AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 450,000-495,000
TOYOTA SOLUNA  VIOS 1.5 [E] AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 490,000 - 530000
TOYOTA SOLUNA VIOS 1.5 [G] Limited AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 571000 - 589000


สำรวจรถจาก unseencar.com จำนวน 40 คัน
ปล ราคาต่ำสุดบางรุ่น ติดแก๊สมาแล้วครับผม

Wednesday, July 27, 2011

CHEVROLET AVEO (06-2010)







ราคารถมือ 2 CHEVROLET AVEO ครับ
เทียบราคาได้เลยครับผม ราคานี้อัพเดตวันที่ 27 ก.ค 2554

CHEVROLET AVEO 1.4 MT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่  350,000 - 370,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LT AT ปี 2006
ราคารถมือ 2 อยู่ที่  375,000 - 390,000


CHEVROLET AVEO 1.4 LS AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่  358,000 - 414000

CHEVROLET AVEO 1.4 LT AT ปี 2007
ราคารถมือ 2 อยู่ที่  415000 - 479,000



CHEVROLET AVEO 1.4 LS AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 365000 - 419,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LSX AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 379,000 - 420,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LS MT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 370000 - 420,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LT AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 400,000- 439000

CHEVROLET AVEO 1.4 AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 358,000 - 400,000

CHEVROLET AVEO 1.4 SS AT ปี 2008
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 519,000 - 520,000



CHEVROLET AVEO 1.4 AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 435,000 - 454,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LS AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 458,000-488,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LT AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 455,000 - 460,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LUX AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 480,000 - 490,000

CHEVROLET AVEO 1.4 SS AT ปี 2009
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 469000-499000

CHEVROLET AVEO 1.4 MT ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 409000 - 470,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LS MT ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 439,000 - 459,000

CHEVROLET AVEO 1.4 SS AT ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 489,000  490,000

CHEVROLET AVEO 1.4 LS AT ปี 2010
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 489,000 - 520,000


CHEVROLET AVEO 1.4 LS AT ปี 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 500,000 - 510,000

CHEVROLET AVEO 1.6 LS AT ปี 2011
ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 580,000 - 599,000






Tuesday, July 12, 2011

MITSUBISHI TRITON MEGA CAB ปี 2005-2008






ราคารถมือสอง MITSUBISHI TRITON MEGA CAB ปี 2005-2008 ครับ
ราคานี้สำรวจวันที่ 12 กรกฎาคม 2554 จ้า จากเว็ปไซต์ Unseencar.com


รุ่น
2.5 GLX 4WD   ปี  2005  ราคารถมือ 2 อยู่ที่ 450,000 - 460,000

2.5 GLX MT      ปี  2006  ราคารถมือ 2  อยู่ที่  395,000 - 488,000
2.5 DID MT       ปี  2006  ราคารถมือ 2  อยู่ที่  360,000  - 419,000

2.5 GLX MT      ปี  2007  ราคารถมือ 2  อยู่ที่  448,000  - 488,000
2.5 DID MT       ปี  2007  ราคารถมือ 2  อยู่ที่  399,000 - 495,000

2.5 GLX MT     ปี  2008   ราคารถมือ 2 อยู่ที่  450,000  - 460,000
2.5 DID MT      ปี  2008   ราคารถมือ 2 อยู่ที่   442,000 - 475,000

Monday, December 20, 2010

TOYOTA ALTIS โฉมปี (08-11)

ราคารถยนต์ มือสอง  TOYOTA ALTIS  เครื่อง 1.6 1.8 และ 2.0 โฉมปี 2008





ปี 2008

TOYOTA ALTIS  1.6 [E] AT ปี 2008 ราคารถมือ2 อยู่ที่
655,000 - 800,000

TOYOTA ALTIS  1.6 [J] AT ปี 2008 ราคารถมือ2 อยู่ที่
600,000 - 619,999 

TOYOTA ALTIS  1.6 [G] AT ปี 2008 ราคารถมือ2 อยู่ที่
630,000 - 747,000

TOYOTA ALTIS  1.8 [E] AT ปี 2008 ราคารถมือ2 อยู่ที่
749,000 - 803,000

TOYOTA ALTIS  1.8 [G] AT ปี 2008 ราคารถมือ2 อยู่ที่
745,000 - 748,000

TOYOTA ALTIS  2.0 [V] AT ปี 2008 ราคารถมือ2 อยู่ที่
959,000


ปี 2009

TOYOTA ALTIS  1.6 [G] AT ปี 2009 ราคารถมือ2 อยู่ที่
678,000 - 719,000

TOYOTA ALTIS  1.8 [E] AT ปี 2009 ราคารถมือ2 อยู่ที่
698,000 - 725,000


TOYOTA ALTIS  2.0 [V] AT ปี 2009 ราคารถมือ2 อยู่ที่
 955,000 - 970,000


ปี 2010

TOYOTA ALTIS  1.6 [E] AT ปี 2010 ราคารถมือ2 อยู่ที่
699,000 - 720,000


TOYOTA ALTIS  1.6 [G] AT ปี 2010 ราคารถมือ2 อยู่ที่
758,000

TOYOTA ALTIS  1.8 [G] AT ปี 2010 ราคารถมือ2 อยู่ที่
879,000

TOYOTA ALTIS  2.0 [V] AT ปี 2010  ราคารถมือ2 อยู่ที่
998,000

ราคา ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2553
ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผมจะคอยอับเดตอยู่เสมอครับ

Wednesday, December 15, 2010

ราคารถยนต์มือสอง Honda City ZX

ใครสนใจฮอนด้า City ZX ก็แวะมาดูราคากลางได้ที่นี่เลยจ้า
อันโฉมฉาย หน้าหม่ำเหมือนตัวน้อง ซิทตี้เอย เจ้างามน่าหม่ำจัง




 HONDA CITY ZX 1.5 VTEC AT ปี 2005 ราคาอยู่ที่
365,000 - 469,000 บาท

HONDA CITY ZX  1.5 VTEC AT ปี 2006 ราคาอยู่ที่
399,000 - 478,000 บาท

HONDA CITY ZX  1.5 VTEC AT ปี 2007 ราคาอยู่ที่
399,000- 485,000 บาท

HONDA CITY ZX  1.5 VTEC AT ปี 2008 ราคาอยู่ที่
425000 - 488,000 บาท 

ราคาข้างบนเป็นราคาที่ต่ำและก็สูงในปีนั้น ณ วันที่ 15 ธันวาคม2553

ที่ราคาแพงอาจเป็นเพราะ option เสริม หรือ
สภาพวิ่งน้อยไม่ค่อยซ่อม โปรดใช้วิจารณญานในการซื้อครับ
ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงผมจะอับเดตให้ครับ

ขอบคุณ unseencar.com ที่เป็นฐานราคารถครับ

 
Powered by Blogger.