Showing posts with label JAZZ HIBRID. Show all posts
Showing posts with label JAZZ HIBRID. Show all posts

Friday, September 28, 2012

Honda JAZZ Vs. Honda JAZZ Hybrid ประชันสักทีในเรื่องความประหยัด

กลายเป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว กับรถยนต์ Honda Jazz ที่หลังจากเข้ามาทำตลาดในไทย และเป็นผู้เขย่าตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กให้สั่นคลอน ที่มากับฟังชั่นการใช้งานที่ลงตัวของคนเมืองเช่นเดียวกับการสร้างกระแสใหม่ ที่แนะนำรถรุ่นไฮบริดออกสู่ตลาด สร้างความช็อคไปทั่วทั้งวงการ

การออกมาแนะนำรถยนต์ honda Jazz Hybrid ถือว่าเป็นการสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่ว่าหลายคนที่กำลังมองรถรุ่นนี้ก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่า ระหว่างรถยนต์รุ่นธรรมดาและเป็นไฮบริดมันแตกต่างกันอย่างไร ที่วันนี้เราจะไปดูความเหมือนที่แตกต่างกัน



ภายนอก 5 ประตู ต่างเล็กๆที่รายละเอียด

ตั้งแต่ที่ Honda Jazz ใหม่เปิดตัวออกมารถยนต์รุ่นนี้สร้างกระแสที่ต่างด้วยเรือนร่าง 5 ประตู ที่มากับการออกแบบที่เน้นในความทันสมัยของตัวรถเช่นเดียวกับในส่วนของรายละเอียดที่ลงตัวไปในความสปอร์ตมากกว่าในด้านอื่น ตามฉบับรถยนต์ที่เน้นขายวัยรุ่น



เส้นสายที่ทันสมัยนี้ควงไม่ต้องบรรยายกันให้มากความเพราะคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่เมื่อมันมาในแบบเวอร์ชั่นไฮบริด ความทันสมัยก็ถูกเติมแต่เข้ามาพร้อมความหรูกรา กระจังหน้าถูกเปลี่ยนเป็นสไตล์โครเมี่ยมที่ดูเข้าที พร้อมรับกับไฟเลนฟ้าทั้งโคมฟ้าหน้า และไฟท้ายที่มากับไฟแบบ LED เช่นเดียวชุดกันชนที่ปรับเปลี่ยนให้ดูดีมากยิ่งขึ้นตามสไตล์ในคราบสปอร์ตหรู และที่สำคัญยังมีสีพิเศษที่ทำหให้คุณดูป็นคนรักษ์โลกมากขึ้น อย่างสีเขียว ด้วย

ห้องโดยสารเพิ่มออพชั่น

ในห้องโดยสาร Honda Jazz ในรุ่นธรรมดาให้คุณสัมผัสด้วยความสะดวกสบาย แต่ผสานในองค์ประกอบในความสปอร์ตตัวรถด้วยแนวคิดที่ต้องการให้ความสนุกสนานในการขับขี่ ไปพร้อมกันกับความสบายและผ่อนคล้าย สีโทนดำถูกตบแต่งเข้ามาเร้าอารมณ์ และเช่นกันมันก็มาพร้อมกับฟังชั่นการใช้งานต่างที่สามารถปรับได้ 3 โหมด ตามความต้องการ ไม่ว่าจะโหมดสูงกว้างหรือยาว เจ้าซิตี้คาร์นี้พร้อมรับไว้ทั้งหมด



เมื่อปรับเปลี่ยนมาสู่รุ่นไฮบริดความสปอร์ตเดิมขิงรถถูกลบลงไปด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น เริ่มตั้งต่ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ที่ช่วยให้เย็นสบายง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส เช่นเดียวกับการให้รายละเอียดบนหน้าแดชบอร์ดตรงหน้าคนขับเพิ่มขึ้น เพื่อแสดงผลการทำงานของระบบไฮบริด เช่นการช่วยเหลือของระบบไฟฟ้า และ การทำงานทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของหน้าจอแสดงข้อมูลต่างๆ รวมถึงอัตราประหยัดของรถ ด้วย

เรื่องฟังชั่นการใช้งานรวมๆก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากปณิธานในการผลิตรถยนต์รุ่นไฮบริดคือทำให้มันประหยัดมากยิ่งขึ้น โดยที่ไม่สูญเสียความอเนกประสงค์ในห้องโดยสาร แต่ถึงอย่างงั้น ก็ต้องสละบางอย่าง โดยเฉพาะยางอะไล่ออกไปเพื่อให้สามารถบรรจุแบตเตอร์รี่สำหรับระบบไฮบริดได้

เครื่องยนต์ต่างกัน แล้วใครประหยัดกว่าใคร

ถ้าถามว่าอะไรคือข้อแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง Honda Jazz ธรรมดากับเวอร์ชั่นไฮบริด คงไม่ต้องบอกอะไรมากมายนัก นอกจากเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน และเป็นที่มาของความแตกต่างของชื่อรุ่น

ในรถยนต์ honda Jazz ทั่วไป ขุมพลัง 1.5 ลิตร 120 แรงม้า พร้อมประจำการ เช่นเดียวกับแรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ให้ได้สัมผัสความทรงพลังของเครื่องยนต์ที่มีกำลังมากที่สุดในตลาดมื่อเทียบกับความจุเดียวกัน ถือเป็นความพิเศษที่ Honda มอบให้ที่มาพร้อมระบบ i-VTEC ตอบสนองการขับขี่อย่างเร้าใจมากยิ่งขึ้น และในรุ่นท็อปยังมาพร้อมระบบ Paddle Shift ที่ควบคุมการทำงานของระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ให้ตอบสนองได้มากขึ้นอย่างลงตัว



เมื่อหันไปดูทางฝั่งไฮบริด สมรรถนะถูกทอนลงด้วยความต้องการประหยัดมากยิ่งขึ้นในการขับขี่เช่นเดียวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร i-VTEC ให้กำลังสูงสุดเพียง 88 แรงม้า ที่มาพร้อมฝีเท้ากับแรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร ตอบสนองการขับขี่ด้วยระบบเกียร์ CVT ที่เดินคันเร่งเนียนๆ ก็ประหยัดแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ แม้เครื่องยนต์จะมีกำลังน้อยกว่าแต่ทีเด็ดอยู่ที่การใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยทำงาน ทำให้มีกำลังสำรองพร้อมใช้อีก 14 แรงม้า และให้แรงบิดเสริมพลังอีก 75 นิวตันเมตร เมื่อต้องการรวมถึง มันยังสามารถตอบโจทย์ความประหยัดด้วยระบบหยุดการทำงานชั่วคราวเป็นเวลาสั้นๆด้วย

จากประสบการณ์ที่ได้เคยขับทดสอบรถยนต์ ในบททดสอบที่เหมือนกันคือขับในเมืองเจอรถติดหนักๆ ทั้ง 2 รุ่นมาต้องยอมรับข้อหนึ่งว่าสมรรถนะของ Honda Jazz ดั้งเดิมจัดว่าเป็นรถยนต์ที่มีดีในตัวพอสมควร ด้วยแรงม้าที่มากที่สุดในตลาดทำให้มันสามารถแล่นได้อย่างฉิว โดยเฉพาะกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และ ความปลอดภัยที่ในรุ่นปรับโฉมใหม่เมื่อต้นปีที่แล้ว มาพร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ



แม้องค์รวมทุกอย่างจะดีมากแต่เมื่อดูตัวเลขประหยัดที่ เฉลี่ยออกมาจากการขับขี่ในเมืองอยู่ที่ 11.6 กิโลเมตร/ลิตร มันก็สร้างความหนักใจไม่น้อย โดยเฉพาะสภาพการจราจรติดขัดในเมืองก็บั่นทอนความสามารถในการประหยัดลงไป แมเจะ

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของระบบเครื่องยนต์ไฮบริดที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และไฟฟ้าเข้ามาในการใช้ในการขับขี่ โดยการทำงานนี้จะไม่คุ้นเคยในช่วงแรกๆ แต่เมื่อขับนานก็ยิ่งคุ้นมากขึ้น และมันไม่ได้ยากอย่างที่คิดจนเกินเข้า

การขับขี่ในรุ่นไฮบริดให้ความแตกต่างมาก อารมรณ์อาจจะไม่ปรู๊ดปร๊าดมากมายนักแต่ก็มีดีพอที่จะให้ความเร้าใจแบบแรงบิดหนักๆ ในการขับขี่ คล้ายเครื่องยนต์ดีเซลที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า จะมาช่วยในช่วงออกตัว เช่นเดียวกับในยามที่เราใช้มันในการเร่งแซง แต่เมื่อมาดูอัตราประหยัดแล้วก็ประทับใจด้วยการขับขี่ในตัวเมืองได้อัตราประหยัดที่ 15.3 กิโลเมตร /ลิตร ตอบโจทย์ แต่แม้จะดีกว่าในแง่การใช้งาน รวมถึงความสามารถ ในการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่ามันมีค่าบำรุงรักษาชุดใหญ่รออยู่อย่างราคาแบตเตอร์รี่สงนราคาชุดละ 65,000 บาท และมีแนวโน้มถูกลง ละมีอายุการใช้งานราวๆ 10 ปี

จริงอยู่รถทั้งสองอาจจะทำให้ยากต่อการตัดสินใจแต่เมื่อมองเพื่อตักสินใจแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะมองสภาพการใช้งานของคุณด้วยเพราะถ้าในเมืองเป็นประจำเจอรถติดทุกวันไฮบริดอาจจะเหมาะมากกว่า แต่กลับกันถ้าวิ่งทางไกลไม่มากและเจอรถติดบางนิดหน่อย บางทีการซื้อรุ่นธรรมดา น่าจะตอบโจทย์ที่กว่าก็ได้

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง
ขอบคุณข้อมูลคุณภาพจาก สนุกดอทคอม

Saturday, May 19, 2012

Honda เตรียมผลิตJazz Hibrid 1.3 ในไทย



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
 
          ฮอนด้า เตรียมผลิตรถไฮบริดในไทย รุ่น แจซ ไฮบริด ซึ่งถือว่าเป็นการผลิตรถไฮบริดนอกประเทศเป็นครั้งแรก
 
          เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2555 บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ตัดสินใจประกอบรถยนต์ไฮบริดรุ่นฟิท นอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยมีประเทศไทยเป็นฐานการผลิต และจำหน่ายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ สำหรับรถยนต์ชนิดดังกล่าว มีคุณสมบัติหลักคือ เป็นรถยนต์ประหยัดพลังงาน ซึ่งทางฮอนด้าเตรียมเปิดตัวในไทยเป็นรุ่นแจซ ไฮบริด ขนาด 1.3 ลิตร ในช่วงฤดูร้อน

          ทั้งนี้ การผลิตรถยนต์ไฮบริดของฮอนด้าในไทย มีจุดประสงค์คือ การลดต้นทุนการผลิต และรองรับอุปสงค์ความต้องการรถประหยัดพลังงานในประเทศไทยนั่นเอง

 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

 
Powered by Blogger.