Showing posts with label MITSUBISHI MIRAGE 2012. Show all posts
Showing posts with label MITSUBISHI MIRAGE 2012. Show all posts

Monday, June 18, 2012

ตารางผ่อนรถ มิราจ 2012

ตารางผ่อนรถ Mitsubishi Mirage ไปเจอจาก Facebook Mirage เลยเอามาฝากเพื่อนๆครับ

โปรแกรมการผ่อนชำระ 2 แบบ 
(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการพิจารณาของแต่ละสถาบันทางการเงินที่ร่วมรายการ)

1. ดาวน์น้อย ผ่อนน้อย โปรแกรมบอลลูน ดาวน์เริ่มต้น 57,000 บาท หรือ ผ่อน 3,199 บาท



หมายเหตุ
ราคารถยนต์ และเงื่อนไขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* งวดที่ 1 - 48 ชำระค่างวดเท่ากันทุกงวด และ งวดที่ 48 ชำระพร้อมกับบอลลูน
** บอลลูน สามารถชำระเพื่อปิดบัญชีหรือขยายค่างวดต่อได้ไม่เกิน 36 งวด

2. ผ่อนสบายๆ ระยะยาว โปรแกรมปกติ



หมายเหตุ
* ราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ หากมีการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขบางประการตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
*** อัตราดอกเบี้ยข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาสอบถามข้อมูลจากพนักงานขาย
**** การพิจารณาเครดิตของลูกค้า เป็นไปตามเงื่อนไขและนโบายของทางสถาบันการเงิน

*ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน - กรณีใช้ดอกเบี้ย ต้องอนุมัติและรับรถภายใน 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เอกสารการทำเช่าซื้อ
1) สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด
2) สำเนาทะเบียนบ้าน
3) สลิปเงินเดือนล่าสุด หรือจดหมายรับรองเงินเดือน พร้อมสำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

Friday, June 15, 2012

ลองขับ “มิตซูบิชิ มิราจ”


รายงานผลการทดลองขับ รถยนต์อีโคคาร์ จากค่ายมิคซูบิชิ อย่าง มิราจ กันหน่อย มาดูว่า เจ้ารถเล็กๆ สีลูกกวาดอย่างนี้ "มีดี" พอที่จะวิ่งบนถนนอย่างภาคภูมิหรือไม่
โดย … พลพัต สาเลยยกานนท์
มิตซูบิชิ มิราจ
ช่วงนี้มองไปบนท้องถนนคงจะเริ่มเห็นรถสีลูกกวาดสดใส สร้างสีสัน ให้กับถนนบ้านเรากันอยู่บ้าง … ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าผมกำลังกล่าวถึงรถอะไร … นั้นคือเจ้าอีโคคาร์ มิตซูบิชิ มิราจ ที่กำลังได้รับความนิยมด้วยยอดจองล่าสุดที่กว่า 2.5 หมื่นคัน ซึ่งเริ่มทยอยส่งมอบไปแล้วเมื่อช่วงปลายเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุด มิตซูบิชิ ได้จัด เวิล์ด พรีเมียร์ เทส ในระยะทางยาว เป็นประเทศแรกของโลก ด้วยระยะทางประมาณกว่า 300 กิโลเมตร บนเส้นทาง ปทุมธานี – ราชบุรี ของเจ้ารถสีลูกกวาดขนาดกระทัดรัดนี้ ที่มาพร้อมด้วย สโลแกนติดปากที่ว่า “มิตซูบิชิ มิราจ … ให้คุณได้มากกว่า” หรือ “New Mirage be more”
ต้องบอกเลยนะครับว่าเจ้ารถสีลูกกวาดคันนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะสโลแกนก็บอกอยู่แล้วว่า "ให้ได้มากกว่า" ซึ่งถ้าเทียบในรถระดับเดียวกันนั้น เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แบบนักมวย แล้วดูเหมือนว่าจะได้มากกว่าด้วยออพชั่นต่างๆนานา ที่ใส่กันแบบเต็มๆ แต่ในราคาเริ่มต้นที่ 3.80 – 5.46 แสนบาท เท่านั้น
หลังจากยืน อมยิ้ม กับรถสีลูกกว่าที่จอดเรียงรายชวนสะดุดตา ที่จุดสตาร์ท กับการเดินสำรวจรอบคันพบว่า รูปลักษณ์ภายนอกถือได้ว่าโอเค ไม่ว่าจะเป็นชุดชายกันชนหน้าพร้อมไฟตัดหมอก สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่ปัดน้ำฝนหลังไล่ฝ่ากระจกหลังและล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้ว
เปิดประตูก้าวขึ้นรถด้วยความสูงของผมที่ 185 เซนติเมตร นึกในใจทีแรกว่าคงจะต้องหัวติดเพดานกันบ้าง … แต่พอหย่อนตัวลงนั่งในตำแหน่งคนขับกลับไม่เป็นเช่นนั้นและมีระยะเว้นให้สูงพอสมควร จากนั้นลองไล่สายตาไปภายในห้องโดยสาร สังเกตการณ์วางตำแหน่งการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆและการออกแบบภายในดูสะดวกและสบายดี ไม่อึดอัดครับ
ส่วนเบาะหลังถูกออกแบบให้ปรับพับได้แบบ 60:40 และพื้นที่เก็บของด้านหลังก็ถือว่าโอเคครับ สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้ประมาณ 2 ใบและกระเป๋าขนาดกลางอีก 1 ใบ … ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆภายในที่อยู่ในเจ้ามิราจนี้ มาพร้อมด้วย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบความปลอดภัยหยุดอัตโนมัติเมื่อชนแขนเวลาเปิด (เฉพาะฝั่งคนขับ)
รวมถึงกระจกมองข้างปรับไฟฟ้าที่มาพร้อมด้วยระบบพับและกางอัตโนมัติเวลากดล็อคจากรีโมท และ วิทยุเครื่องเสียง จอภาพทัชสกรีน ขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถเล่นได้ทั้ง DVD/MP3/USB พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth ช่องวางของและการออกแบบภายในเรียกได้ว่าสะดวกสบายต่อการใช้งานดีครับ
กดปุ่ม Push start เริ่มล้อหมุนออกจากจุดสตาร์ทกันแบบเบาๆเรียกรอบต่ำทำความรู้จักกับรถ กดไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลนก็ได้เจอกับระบบสัญญาณไฟเลี้ยวแบบกระพริบ 3 ครั้ง (กดเบาๆแค่ครึ่งเดียว) เพื่อเข้าสู่เส้นทางหลักมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี ด้วย กำลังเครื่องยนต์ 3A92 แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว 1,200 ซีซี กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และ แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 400 รอบต่อนาที โดยสามารถเติมน้ำมันตระกูลแก๊สโซฮอล์สูงสุดได้ที่ E20
พร้อมกันนี้เครื่องยนต์ดังกล่าวทำงานควบคู่กับ ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งเป็นระบบใหม่ล่าสุดของรถในตระกูลอีโคคาร์ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS III ที่วิเคราะห์และจับลักษณะการขับขี่ของผู้ขับขี่และนำไปประมวลผลการเปลี่ยนเกียร์
ขับไปเรื่อยๆด้วยความเร็วปกติชีวิตประจำวันและสภาพการจราจรปกติที่ประมาณ 90 – 110 กม./ชม. เพื่อทดสอบอัตราประหยัดของเจ้าอีโคคาร์สีลูกกวาดคันนี้ ด้วยระยะทาง 201.7 กิโลเมตร จากจุดสตาร์ท – จุดเติมน้ำมันในจังหวัดราชบุรี
สำหรับอัตราประหยัดที่ มิตซูบิชิ เคลมไว้ว่าอยู่ในระดับ 22 กม./ลิตร ซึ่งตรงนี้จากการทดสอบใช้น้ำมันไปทั้งหมด 10.730 ลิตร หรือถ้าคำนวณแล้วก็ประมาณ 20กม./ลิตร ซึ่งผมว่าไม่ขี้เหร่เลย ซึ่งระหว่างการขับขี่หากเราขับด้วยความเร็วและรอบเครื่องยนต์ที่เหมาะสมกัน ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดจะขึ้นโชว์อัตโนมัติบนหน้าจอ
ระหว่างจอดที่จุดเติมน้ำมัน ลองเล่นถึงระบบต่างๆที่เขาเคลมไว้ว่า ‘ให้ได้มากกว่า’ กับระบบสัญญาณเสียง เมื่อปิดประตูไม่สนิท, ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า หลังการดับเครื่องยนต์ ยังสามารถปิด – ปิดได้อีกภายใน 30 วินาที (ก่อนเปิดประตู) รวมถึง ระบบระบบล็อกประตูซ้ำอัตโนมัติ หลังจากการปลดล็อกแล้วไม่มีการเปิดประตูภายใน 30 วินาที ระบบจะล็อกประตูทุกบานเพื่อรักษาความปลอดภัย และระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS สามารถปลดล็อกประตูหน้าได้เมื่อกุญแจอยู่ในรัศมี 70 ซม.
กลับมาประจำตำแหน่งคนขับอีกครั้ง กับการเดินทางต่อที่เริ่มเร้าใจขึ้นด้วยการเพิ่มความเร็วให้ทราบถึงอัตราเร่งและระบบช่วงล่าง ทางขึ้น – ลง เขาสลับทางตรง ความเร็วที่ใช้เริ่มขยับมาสูงขึ้นแต่ยังคงคอนเซปต์เดิมที่เน้นลักษณะการใช้งานจริง ซึ่งตรงนี้ผมว่า อัตราเร่งแม้กระทั่งขณะเร่งแซง เจ้ารถสีลูกกวาดคันนี้ทำได้ดีไม่มีปัญหาอะไร ถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี … ก็เถอะ … เรียกกำลังจากเครื่องยนต์มาใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร
เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร
ส่วนช่วงล่างและระบบการทรงตัวรวมถึงการควบคุมรถ ถือว่าโอเค เนื่องด้วยระบบทั้งคันเป็นไฟฟ้าทั้งหมด คำนวณจากความเร็วที่ใช้และปรับให้เข้ากับช่วงล่างและน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสม … แต่เมื่อใช้ความเร็วแล้วเข้าโค้งยังพอมีอาการให้เห็นอยู่บ้าง ซึ่งพอจะเข้าใจได้ว่า อาจเป็นเพราะล้อที่ให้มามีขนาด 14 นิ้ว ด้วยขนาดยาง 165/65 R14 อาจจะทำให้เห็นอาการอยู่บ้าง … ซึ่งถ้ามีการปรับแต่งเพิ่มขึ้นก็อาจจะช่วยได้บ้าง …
เส้นทางเริ่มคดโค้งในเขาสลับขึ้น-ลง น้ำหนักพวงมาลัยเริ่มปรับตามลักษณะการขับขี่ให้ความรู้สึกกระชับมากขึ้น ตรงนี้ที่จับความรู้สึกได้อีกอย่างหนึ่งระหว่างช่วงทางลงเขาคือ ระบบเกียร์ที่เข้ามาช่วยควบคุมความเร็วให้สัมพันธ์กันโดยใช้เซ็นเซอร์ในการจับความลาดเอียงของรถ อุ่นใจดีครับ … ในขณะที่เมื่อทางขึ้นเขาระบบเกียร์ดังกล่าวก็จะเข้ามาช่วยทำงานให้ความเร็วในการขึ้นเขาเป็นไปได้อย่างราบรื่น … ชอบชอบ
นอกจากนี้ ระบบความปลอดภายที่ให้มาในเจ้ารถอีโคคาร์สีลูกกวาดนี้ เรียกได้ว่า ไม่น้อยหน้ารถในระดับราคาแพงๆเลยครับ อย่างเช่น ระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า, เข็มขัดนิรภัยด้านคนขับแบบดึงกลับอัตโนมัติ, ระบบเบรก ABS, ระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD, ระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม 
และสำหรับจุดเด่นที่ มิตซูบิชิ ภูมิใจนำเสนอกับเจ้ารถคันนี้มากอีกอย่างหนึ่งก็คือ น้ำหนักรถคันนี้มีน้ำหนักเบาที่สุดในรถในระดับเดียวกัน โดยมีน้ำหนักประมาณ 830-870 กิโลกรัม เท่านั้น
โดยรถลูกกว่านี้มีให้เลือกทั้งหมด 8 สีจี๊ดจ๊าด … ต้องบอกเลยว่า แต่ละสีโดนใจวัยรุ่นทั้งนั้น …



ภายในรุ่นเกียร์ธรรมดา

เบาะหลังพับได้ แต่ไม่ราบน่ะ



Sunday, March 25, 2012

Mitsubishi Mirage 2012


Mitsubishi Mirage 2012 (มิตซูบิชิ มิราจ 2012) เปิดตัวแล้ว! 
หลังจากให้ลุ้นอยู่สักพักใหญ่ๆ ว่าตัวจริงของ Eco Car ใหม่นี้จะเป็นอย่างไร ในที่สุดทาง Mitsubishi ก็ได้จัดการเปิดตัวรถรุ่นนี้พร้อมพรีเซนเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพรีเซนเตอร์ก็ไม่ใช่ใครที่ใหน หนุ่มหน้าใส หนึ่งในสมาชิกวง 2PM นิชคุณ หรเวชกุลนั่นเองครับ งานนี้มีโกยเรตติ้งจากสาวๆ ได้เพียบ ไม่แพ้คู่แข่งก่อนหน้าอย่าง Nissan Almera ที่มาพร้อมกับพี่โดมแน่นอน 
Mitsubishi Mirage 2012
Mitsubishi Mirage 2012 ได้พรีเซนเตอร์ "ดูดี" รถก็ "ดูเด่น" ขึ้นทันใด :-)
ข้ามมาดูในเรื่องของรูปโฉมหน้าตาของตัวรถกันเลยดีกว่า
การออกแบบภายนอกตัวรถของ
Mitsubishi Mirage 2012 (มิตซูบิชิ มิราจ 2012)
รูปร่างภายนอกแลดูกะทัดรัด แต่ก็เต็มไปด้วยความสง่างาม และปราดเปรียว ด้านหน้ารถสวยใสด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้า ที่ออกแบบมาให้รวมเข้าเป็นชิ้นเดียวกันและมีสีสันแบบเดียวกับตัวรถ ด้านบนลงตัวเป็นอย่างดีกับชุดไปหน้า ส่วนด้านล่างมาพร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่และไฟตัดหมอกซ้าย-ขวา ที่มีการเสริมลูกเล่นด้วยแต่งกรอบสีเดียวกับตัวรถ มีแอบสปอร์ตนิดๆ อยู่เหมือนกัน สำหรับเจ้ารถเล็กคันนี้
Mitsubishi Mirage 2012
Mitsubishi Mirage 2012 ด้านหน้ารถ
ด้านข้างตัวรถเริ่มที่ชุดกระจกมองข้างที่ถึงแม้ไม่ได้มีไฟเลี้ยวติดตั้งมาให้ (ก็แน่ล่ะ อย่าลืมว่านี่ Eco Car นะ :-) )  แต่ก็สะดวกสบายด้วยระบบปรับและพับด้วยไฟฟ้า เส้นสายโดยรวมด้านข้างดูสวยเรียบๆ กำลังพอดี แต่ที่มือจับอาจจะต่ำไปนิด แต่ก็เข้ากันได้ดีกับตัวรถ สวยใส สไตล์รถเล็กว่างั้นเถอะ :-)
Mitsubishi Mirage 2012
Mitsubishi Mirage 2012 ด้านข้างรถ
ส่วนด้านท้ายรถสวยลงตัวด้วยสปอยเลอร์หลัง ที่ต่อเนื่องมาจากหลังคา ชุดไฟท้ายก็ดูสวย กระทัดรัด เข้ากันได้ดีกับตัวรถ ตัวกันชนท้ายดูโล่งๆ ไปนิด แต่คิดว่าทาง Mitsubishi คงจะเติมลูกเล่นเสริมเพิ่มเข้ามาในช่วงไมเนอร์เชนจ์แน่นอน
Mitsubishi Mirage 2012
Mitsubishi Mirage 2012 ด้านท้านรถ
มาดูต่อในส่วนของการออกแบบภายในห้องโดยสารกันดีกว่า

ออกแบบภายในตัวรถของ Mitsubishi Mirage 2012 (มิตซูบิชิ มิราจ 2012)

Mitsubishi Mirage 2012
Mitsubishi Mirage 2012 ภายในห้องโดยสาร
อาจจะมองว่าเป็นรถเล็กกระทัดรัด แต่ภายในก็ถือว่าไม่ธรรมดา ด้วยการออกแบบที่เน้นความกว้างขว้างของภายใน เข้าออกได้สะดวกสบาย และนั่งได้ 5 ที่นั่ง และในส่วนของเบาะนั่งหลังสามารถพับ
ปรับได้แบบ 60:40 ทำให้ได้พื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มขึ้นเยอะเหมือนกัน
Mitsubishi Mirage 2012
Mitsubishi Mirage 2012 ชุดแผงคอลโซลกลาง สะดวกสบายด้วย จอภาพระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบ Navigator ในตัว
นอกจากนี้ในรุ่นท๊อบ GLS Ltd ยังสะดวกสบายด้วย ระบบวิทยุ-เครื่องเล่น DVD และ MP3 ที่มาแบบจอภาพระบบสัมผัส Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทางในตัว (Navigator System) การเชื่อมต่อมือถือก็ทำได้สบายๆ แบบไร้สายด้วย Bluetooth ซึ่งรวมแล้วถือว่าเป็นออฟชั่นที่ไม่ธรรมดา สำหรับรถ Eco Car ในขณะนี้

เครื่องยนต์ของ Mitsubishi Mirage 2012 (มิตซูบิชิ มิราจ 2012)

Mirage 2012 มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ MIVEC แบบ 3 สูบ โดยมีความจุกระบอกสูบอยู่ที่ 1,193 ซีซี สามารถให้กำลังออกมาสูงสุด 78 แรงม้า ที่ความเร็วรอบ 6,000 รอบ/นาที และสามารถให้แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 10.2 กิโลกรัมเมตร ที่ความเร็วรอบ 4,000 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งรุ่นระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT และรุ่นระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และมาพร้อมจุดขายประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว

ระบบความปลอดภัยของ Mitsubishi Mirage 2012 (มิตซูบิชิ มิราจ 2012)

Mitsubishi Mirage 2012
Mitsubishi Mirage 2012 โครงสร้างตัวถังแบบ RISE Body
ในส่วนความปลอดภัย Mitsubishi ก็จัดมาให้ใช้ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า โครงสร้างตัวถังแบบ RISE Body ระบบเบรค ABS พร้อมด้วยระบบช่วยกระจายแรงเบรค EBD ไปจนถึงโครงสร้างตัวถังส่วนรับแรงกระแทกที่ทำขึ้นจากเหล็กที่มีที่ค่าความแข็งถึง 980 MPc และความแข็งแรงเป็นพิเศษ(High-tensile steel) อีกด้วยครับ

Mitsubishi Mirage 2012 ราคาล่าสุด

รุ่นรถยนต์ระบบส่งกำลังราคา (บาท)ส่วนลดรถคันแรก (บาท)
Mitsubishi Mirage 2012 GLD Ltd.เกียร์อัตโนมัติ CVT546,00077,000
Mitsubishi Mirage 2012 GLSเกียร์อัตโนมัติ CVT506,00072,000
Mitsubishi Mirage 2012 GLXเกียร์อัตโนมัติ CVT460,00069,000
Mitsubishi Mirage 2012 GLXเกียร์ธรรมดา 5 สปีด426,00059,000
Mitsubishi Mirage 2012 GLเกียร์ธรรมดา 5 สปีด380,00055,000
สีสันตัวถังรถมีมาให้เลือกทั้งหมด 8 สีด้วยกันครับ สีขาวมุก(White Pearl) สีเหลือง(Lemonade Yellow Metallic) สีเขียว – Pop Green Metallic สีแดง – Red Metallic สีฟ้า(Cerulean Blue Mica) สีเทาดำ(Eisen Gray Mica) สีดำ(Pyreness Black Mica) และปิดท้ายที่สีเงิน(Cool Silver) ครับ
Mitsubishi Mirage 2012
Mitsubishi Mirage 2012 ได้ นิชคุณ มาเรียกคะแนนจากสาวๆ โดยเฉพาะ :-)
Mitsubishi Mirage 2012 (มิตซูบิชิ มิราจ 2012) เน้นไปที่ประสิทธิภาพสูงสุด ง่ายต่อการขับขี่ และมีดีที่การประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับรถเล็ก ตัวรถโดยรวมก็สวยงาม ลงตัว และดูท่าทางแล้วแต่งขึ้นแน่นอน ยิ่งได้พรีเซนเตอร์ดี (สำหรับสาวๆ :-) ) บวกกับออฟชั่นเด็ดๆ ที่ Mitsubishi จัดมาให้เพียบแบบนี้ ก็น่าจะทำให้ Mitsubishi ชิงส่วนแบ่งในตลาดรถเล็กในบ้านเราไปได้บ้างเหมือนกัน

Mitsubishi Mirage 2012
มิตซูบิชิ มิราจ 2012 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งเหมือนกัน แต่ก็อย่าลืมไปลองขับ ไปลองทดสอบกันดูก่อนนะครับ ไม่ว่ารถรุ่นใหนค่ายใหนก็ตาม เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้รถที่ตรงใจ คุ้มค่า และคุ้มราคาที่จ่ายไปที่สุดครับ :-)
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม:
สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ เว็บไซต์ มิตซูบิชิ มิราจhttp://www.mitsubishimotors-mirage.com หรือที่แฟนเพจอย่างเป็นทางการของ มิตซูบิชิ มิราจhttp://www.facebook.com/MitsubishiMirage ได้เลยครับ

http://www.cartips2u.com/ 

 
Powered by Blogger.