Showing posts with label MIRAGE. Show all posts
Showing posts with label MIRAGE. Show all posts

Thursday, February 14, 2013

ตารางการผ่อนMitsubishi Mirage ล่าสุด

ตารางผ่อนรถ Mitsubishi Mirage (มิราจมือ 1) โปรแกรมการผ่อนชำระ 2 แบบ
(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการพิจารณาของแต่ละสถาบันทางการเงินที่ร่วมรายการ)

หมายเหตุ
ราคารถยนต์ และเงื่อนไขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* งวดที่ 1 – 48 ชำระค่างวดเท่ากันทุกงวด และ งวดที่ 48 ชำระพร้อมกับบอลลูน
** บอลลูน สามารถชำระเพื่อปิดบัญชีหรือขยายค่างวดต่อได้ไม่เกิน 36 งวด

1. ดาวน์น้อย ผ่อนน้อย โปรแกรมบอลลูน ดาวน์เริ่มต้น 57,000 บาท หรือ ผ่อน 3,199 บาท
2. ผ่อนสบายๆ ระยะยาว โปรแกรมปกติ



เงินผ่อนโดยประมาณ
เงินดาวน์รถ Mirage

380,000 20%=76000 25%=95000
426,000 20%=85200 25%=106500
460,000 20%=92000 25%=115000
506,000 20%=101200 25%=126500
546,000 20%=109200 25%=136500

ราคาดังกล่าวรวมาภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

Monday, October 1, 2012

ตารางเงินผ่อน ดาวน์ คำนวณค่างวดรถ Mirage

ตารางการผ่อนชำระ New Mitsubishi Mirage
โปรแกรมการผ่อนชำระ 2 แบบ 

(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการพิจารณาของแต่ละสถาบันทางการเงินที่ร่วมรายการ)

หมายเหตุ
ราคารถยนต์ และเงื่อนไขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* งวดที่ 1 – 48 ชำระค่างวดเท่ากันทุกงวด และ งวดที่ 48 ชำระพร้อมกับบอลลูน
** บอลลูน สามารถชำระเพื่อปิดบัญชีหรือขยายค่างวดต่อได้ไม่เกิน 36 งวด

1. ดาวน์น้อย ผ่อนน้อย โปรแกรมบอลลูน ดาวน์เริ่มต้น 57,000 บาท หรือ ผ่อน 3,199 บาท



2. ผ่อนสบายๆ ระยะยาว โปรแกรมปกติ


เงินผ่อนโดยประมาณ

เงินดาวน์รถ Mirage 
380,000 20%=76000 25%=95000
426,000 20%=85200 25%=106500
460,000 20%=92000 25%=115000
506,000 20%=101200 25%=126500
546,000 20%=109200 25%=136500

ราคาดังกล่าวรวมาภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

Saturday, July 21, 2012

มิตซูบิชิ ส่ง มิราจ จากประเทศไทยไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก



โตเกียว, 13 กรกฎาคม 2555- มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า วันนี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด *1ได้จัดพิธีฉลองการส่งออกรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นใหม่“มิราจ” ไปยังประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงงานรถยนต์มิตซูบิชิ แหลมฉบัง

*1 : ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิในประเทศไทย

มั่นใจด้วยคุณภาพจากเมืองไทยเทียบเท่าระดับญี่ปุ่น

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้ทุ่มเททุกความพยายามยามเพื่อให้มั่นใจได้ว่า“มิราจ” ใหม่ เป็นรถที่มีคุณภาพสูงสุด โดยโรงงานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ได้นำเอา “แนวทางการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตลาดทั่วโลกของมิตซูบิชิ (MMPW)” ซึ่งเป็นกรอบในการรับประกันคุณภาพการผลิตรถยนต์ที่ใช้กับโรงงานมิตซูบิชิทั่วโลก สำหรับระบบMMPW เป็นการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ความสมบูรณ์ของแต่ละขั้นตอนการผลิต” ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรถแต่ละคันได้ผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพของแต่ละขั้นตอนการทำงานนั้นๆ ก่อนจะส่งผ่านไปสู่ขั้นตอนต่อไปในสายการผลิตเพื่อเป็นการยืนยันถึงคุณภาพการผลิต ยิ่งไปกว่านั้นก่อนเริ่มการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิมิราจ ใหม่ ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่นยังได้เพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น ในโรงงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เพื่อตรวจสอบคุณภาพของรถยนต์ให้ได้ 100% ก่อนการส่งออกรถยนต์ พร้อมๆ ไปกับการฝึกอบรมให้กับพนักงานตรวจสอบชาวไทย

ถึงพร้อมด้วยคุณภาพจากการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ จะถูกส่งออกจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือนาโกยาประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่ารถยนต์มิตซูบิชิมิราจ ซึ่งผลิตในเมืองไทยจะผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดก่อนการส่งออกเช่นเดียวกับรถที่ผลิตในโรงงานของมิตซูบิชิในประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตามด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดของมิตซูบิชิเพื่อให้ได้มาซึ่งรถที่มีคุณภาพสูงสุด ดังนั้นเมื่อรถถูกส่งไปถึงจุดจอดรถยนต์ของมิตซูบิชิซึ่งสร้างขึ้นใหม่ ณ ท่าเรือนาโกยา บริษัทฯ จะมีการตรวจสอบคุณภาพของ มิตซูบิชิ มิราจ เป็นครั้งที่สองหรือสาม ทั้งนี้ภายหลังจากผ่านการตรวจสอบเป็นพิเศษแล้วรถแต่ละคันจึงจะได้รับใบรับรองการตรวจสอบครั้งสุดท้ายก่อนจะส่งมอบให้กับผู้จำหน่ายทั่วประเทศญี่ปุ่น

ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกมาพร้อมยอดการผลิตระดับโลก

การส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิมิราจ ใหม่ จากประเทศไทยไปยังประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และมีกำหนดขายในประเทศญี่ปุ่นในปลายเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับโรงงานแหลมฉบังของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ถือเป็นโรงงานและฐานการผลิตเพื่อการส่งออกภายใต้เครือข่ายการผลิตรถยนต์เพื่อตลาดโลกของมิตซูบิชิที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่นโดยมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ถูกผลิตขึ้น ณ โรงงานใหม่แห่งที่ 3ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเฉพาะสำหรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ซึ่งบริษัทเริ่มการผลิตรถยนต์มิตซูบิชิมิราจ ใหม่สำหรับตลาดในเมืองไทยในเดือนมีนาคม 

ในขณะที่การผลิตเพื่อตลาดอาเซียนได้เริ่มในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และมียอดการผลิตรถยนต์รวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอยู่ที่11,000 คัน ทั้งนี้ภายหลังจากการเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ มีแผนจะเปิดตัวมิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ในภูมิภาคต่างๆ โดยเริ่มที่ภูมิภาคยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกาเหนือ ด้วยยอดการผลิตในปีงบประมาณ2555 จะคาดว่าจะอยู่ที่120,000 คัน ทั้งนี้กำลังการผลิตของโรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 3ของมิตซูบิชิ ในประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 150,000 คันต่อปี โดยมีศักยภาพการผลิตที่สามารถเพิ่มได้ถึง 200,000คัน ต่อปี

ขอบคุณที่มา

Monday, June 18, 2012

ตารางผ่อนรถ มิราจ 2012

ตารางผ่อนรถ Mitsubishi Mirage ไปเจอจาก Facebook Mirage เลยเอามาฝากเพื่อนๆครับ

โปรแกรมการผ่อนชำระ 2 แบบ 
(ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการพิจารณาของแต่ละสถาบันทางการเงินที่ร่วมรายการ)

1. ดาวน์น้อย ผ่อนน้อย โปรแกรมบอลลูน ดาวน์เริ่มต้น 57,000 บาท หรือ ผ่อน 3,199 บาท



หมายเหตุ
ราคารถยนต์ และเงื่อนไขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* งวดที่ 1 - 48 ชำระค่างวดเท่ากันทุกงวด และ งวดที่ 48 ชำระพร้อมกับบอลลูน
** บอลลูน สามารถชำระเพื่อปิดบัญชีหรือขยายค่างวดต่อได้ไม่เกิน 36 งวด

2. ผ่อนสบายๆ ระยะยาว โปรแกรมปกติ



หมายเหตุ
* ราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ หากมีการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขบางประการตามที่บริษัทฯ เห็นสมควร โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
*** อัตราดอกเบี้ยข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาสอบถามข้อมูลจากพนักงานขาย
**** การพิจารณาเครดิตของลูกค้า เป็นไปตามเงื่อนไขและนโบายของทางสถาบันการเงิน

*ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน - กรณีใช้ดอกเบี้ย ต้องอนุมัติและรับรถภายใน 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เอกสารการทำเช่าซื้อ
1) สำเนาบัตรประชาชน 2 ชุด
2) สำเนาทะเบียนบ้าน
3) สลิปเงินเดือนล่าสุด หรือจดหมายรับรองเงินเดือน พร้อมสำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

Friday, June 15, 2012

ลองขับ “มิตซูบิชิ มิราจ”


รายงานผลการทดลองขับ รถยนต์อีโคคาร์ จากค่ายมิคซูบิชิ อย่าง มิราจ กันหน่อย มาดูว่า เจ้ารถเล็กๆ สีลูกกวาดอย่างนี้ "มีดี" พอที่จะวิ่งบนถนนอย่างภาคภูมิหรือไม่
โดย … พลพัต สาเลยยกานนท์
มิตซูบิชิ มิราจ
ช่วงนี้มองไปบนท้องถนนคงจะเริ่มเห็นรถสีลูกกวาดสดใส สร้างสีสัน ให้กับถนนบ้านเรากันอยู่บ้าง … ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าผมกำลังกล่าวถึงรถอะไร … นั้นคือเจ้าอีโคคาร์ มิตซูบิชิ มิราจ ที่กำลังได้รับความนิยมด้วยยอดจองล่าสุดที่กว่า 2.5 หมื่นคัน ซึ่งเริ่มทยอยส่งมอบไปแล้วเมื่อช่วงปลายเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุด มิตซูบิชิ ได้จัด เวิล์ด พรีเมียร์ เทส ในระยะทางยาว เป็นประเทศแรกของโลก ด้วยระยะทางประมาณกว่า 300 กิโลเมตร บนเส้นทาง ปทุมธานี – ราชบุรี ของเจ้ารถสีลูกกวาดขนาดกระทัดรัดนี้ ที่มาพร้อมด้วย สโลแกนติดปากที่ว่า “มิตซูบิชิ มิราจ … ให้คุณได้มากกว่า” หรือ “New Mirage be more”
ต้องบอกเลยนะครับว่าเจ้ารถสีลูกกวาดคันนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะสโลแกนก็บอกอยู่แล้วว่า "ให้ได้มากกว่า" ซึ่งถ้าเทียบในรถระดับเดียวกันนั้น เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แบบนักมวย แล้วดูเหมือนว่าจะได้มากกว่าด้วยออพชั่นต่างๆนานา ที่ใส่กันแบบเต็มๆ แต่ในราคาเริ่มต้นที่ 3.80 – 5.46 แสนบาท เท่านั้น
หลังจากยืน อมยิ้ม กับรถสีลูกกว่าที่จอดเรียงรายชวนสะดุดตา ที่จุดสตาร์ท กับการเดินสำรวจรอบคันพบว่า รูปลักษณ์ภายนอกถือได้ว่าโอเค ไม่ว่าจะเป็นชุดชายกันชนหน้าพร้อมไฟตัดหมอก สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่ปัดน้ำฝนหลังไล่ฝ่ากระจกหลังและล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้ว
เปิดประตูก้าวขึ้นรถด้วยความสูงของผมที่ 185 เซนติเมตร นึกในใจทีแรกว่าคงจะต้องหัวติดเพดานกันบ้าง … แต่พอหย่อนตัวลงนั่งในตำแหน่งคนขับกลับไม่เป็นเช่นนั้นและมีระยะเว้นให้สูงพอสมควร จากนั้นลองไล่สายตาไปภายในห้องโดยสาร สังเกตการณ์วางตำแหน่งการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆและการออกแบบภายในดูสะดวกและสบายดี ไม่อึดอัดครับ
ส่วนเบาะหลังถูกออกแบบให้ปรับพับได้แบบ 60:40 และพื้นที่เก็บของด้านหลังก็ถือว่าโอเคครับ สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้ประมาณ 2 ใบและกระเป๋าขนาดกลางอีก 1 ใบ … ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆภายในที่อยู่ในเจ้ามิราจนี้ มาพร้อมด้วย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบความปลอดภัยหยุดอัตโนมัติเมื่อชนแขนเวลาเปิด (เฉพาะฝั่งคนขับ)
รวมถึงกระจกมองข้างปรับไฟฟ้าที่มาพร้อมด้วยระบบพับและกางอัตโนมัติเวลากดล็อคจากรีโมท และ วิทยุเครื่องเสียง จอภาพทัชสกรีน ขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถเล่นได้ทั้ง DVD/MP3/USB พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth ช่องวางของและการออกแบบภายในเรียกได้ว่าสะดวกสบายต่อการใช้งานดีครับ
กดปุ่ม Push start เริ่มล้อหมุนออกจากจุดสตาร์ทกันแบบเบาๆเรียกรอบต่ำทำความรู้จักกับรถ กดไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลนก็ได้เจอกับระบบสัญญาณไฟเลี้ยวแบบกระพริบ 3 ครั้ง (กดเบาๆแค่ครึ่งเดียว) เพื่อเข้าสู่เส้นทางหลักมุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี ด้วย กำลังเครื่องยนต์ 3A92 แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว 1,200 ซีซี กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และ แรงบิดสูงสุด 100 นิวตันเมตร ที่ 400 รอบต่อนาที โดยสามารถเติมน้ำมันตระกูลแก๊สโซฮอล์สูงสุดได้ที่ E20
พร้อมกันนี้เครื่องยนต์ดังกล่าวทำงานควบคู่กับ ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งเป็นระบบใหม่ล่าสุดของรถในตระกูลอีโคคาร์ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS III ที่วิเคราะห์และจับลักษณะการขับขี่ของผู้ขับขี่และนำไปประมวลผลการเปลี่ยนเกียร์
ขับไปเรื่อยๆด้วยความเร็วปกติชีวิตประจำวันและสภาพการจราจรปกติที่ประมาณ 90 – 110 กม./ชม. เพื่อทดสอบอัตราประหยัดของเจ้าอีโคคาร์สีลูกกวาดคันนี้ ด้วยระยะทาง 201.7 กิโลเมตร จากจุดสตาร์ท – จุดเติมน้ำมันในจังหวัดราชบุรี
สำหรับอัตราประหยัดที่ มิตซูบิชิ เคลมไว้ว่าอยู่ในระดับ 22 กม./ลิตร ซึ่งตรงนี้จากการทดสอบใช้น้ำมันไปทั้งหมด 10.730 ลิตร หรือถ้าคำนวณแล้วก็ประมาณ 20กม./ลิตร ซึ่งผมว่าไม่ขี้เหร่เลย ซึ่งระหว่างการขับขี่หากเราขับด้วยความเร็วและรอบเครื่องยนต์ที่เหมาะสมกัน ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดจะขึ้นโชว์อัตโนมัติบนหน้าจอ
ระหว่างจอดที่จุดเติมน้ำมัน ลองเล่นถึงระบบต่างๆที่เขาเคลมไว้ว่า ‘ให้ได้มากกว่า’ กับระบบสัญญาณเสียง เมื่อปิดประตูไม่สนิท, ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า หลังการดับเครื่องยนต์ ยังสามารถปิด – ปิดได้อีกภายใน 30 วินาที (ก่อนเปิดประตู) รวมถึง ระบบระบบล็อกประตูซ้ำอัตโนมัติ หลังจากการปลดล็อกแล้วไม่มีการเปิดประตูภายใน 30 วินาที ระบบจะล็อกประตูทุกบานเพื่อรักษาความปลอดภัย และระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS สามารถปลดล็อกประตูหน้าได้เมื่อกุญแจอยู่ในรัศมี 70 ซม.
กลับมาประจำตำแหน่งคนขับอีกครั้ง กับการเดินทางต่อที่เริ่มเร้าใจขึ้นด้วยการเพิ่มความเร็วให้ทราบถึงอัตราเร่งและระบบช่วงล่าง ทางขึ้น – ลง เขาสลับทางตรง ความเร็วที่ใช้เริ่มขยับมาสูงขึ้นแต่ยังคงคอนเซปต์เดิมที่เน้นลักษณะการใช้งานจริง ซึ่งตรงนี้ผมว่า อัตราเร่งแม้กระทั่งขณะเร่งแซง เจ้ารถสีลูกกวาดคันนี้ทำได้ดีไม่มีปัญหาอะไร ถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1,200 ซีซี … ก็เถอะ … เรียกกำลังจากเครื่องยนต์มาใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร
เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร
ส่วนช่วงล่างและระบบการทรงตัวรวมถึงการควบคุมรถ ถือว่าโอเค เนื่องด้วยระบบทั้งคันเป็นไฟฟ้าทั้งหมด คำนวณจากความเร็วที่ใช้และปรับให้เข้ากับช่วงล่างและน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสม … แต่เมื่อใช้ความเร็วแล้วเข้าโค้งยังพอมีอาการให้เห็นอยู่บ้าง ซึ่งพอจะเข้าใจได้ว่า อาจเป็นเพราะล้อที่ให้มามีขนาด 14 นิ้ว ด้วยขนาดยาง 165/65 R14 อาจจะทำให้เห็นอาการอยู่บ้าง … ซึ่งถ้ามีการปรับแต่งเพิ่มขึ้นก็อาจจะช่วยได้บ้าง …
เส้นทางเริ่มคดโค้งในเขาสลับขึ้น-ลง น้ำหนักพวงมาลัยเริ่มปรับตามลักษณะการขับขี่ให้ความรู้สึกกระชับมากขึ้น ตรงนี้ที่จับความรู้สึกได้อีกอย่างหนึ่งระหว่างช่วงทางลงเขาคือ ระบบเกียร์ที่เข้ามาช่วยควบคุมความเร็วให้สัมพันธ์กันโดยใช้เซ็นเซอร์ในการจับความลาดเอียงของรถ อุ่นใจดีครับ … ในขณะที่เมื่อทางขึ้นเขาระบบเกียร์ดังกล่าวก็จะเข้ามาช่วยทำงานให้ความเร็วในการขึ้นเขาเป็นไปได้อย่างราบรื่น … ชอบชอบ
นอกจากนี้ ระบบความปลอดภายที่ให้มาในเจ้ารถอีโคคาร์สีลูกกวาดนี้ เรียกได้ว่า ไม่น้อยหน้ารถในระดับราคาแพงๆเลยครับ อย่างเช่น ระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า, เข็มขัดนิรภัยด้านคนขับแบบดึงกลับอัตโนมัติ, ระบบเบรก ABS, ระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD, ระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม 
และสำหรับจุดเด่นที่ มิตซูบิชิ ภูมิใจนำเสนอกับเจ้ารถคันนี้มากอีกอย่างหนึ่งก็คือ น้ำหนักรถคันนี้มีน้ำหนักเบาที่สุดในรถในระดับเดียวกัน โดยมีน้ำหนักประมาณ 830-870 กิโลกรัม เท่านั้น
โดยรถลูกกว่านี้มีให้เลือกทั้งหมด 8 สีจี๊ดจ๊าด … ต้องบอกเลยว่า แต่ละสีโดนใจวัยรุ่นทั้งนั้น …



ภายในรุ่นเกียร์ธรรมดา

เบาะหลังพับได้ แต่ไม่ราบน่ะ



 
Powered by Blogger.